หัวใจของการเรียนรู้

ในระยะ 15 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคมโดย (Civicnet) อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ได้เน้นการสร้างภาวะผู้นำให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างองค์กรเรียนรู้ (learning organization) ตามแนวทางของปีเตอร์ เซงเก้ (Peter Senge) หนึ่งในกูรูด้านองค์กรเรียนรู้ของโลก ผู้เขียนตำรา The Fifth Discipline หรือ วินัย 5 ประการ

“ถ้าไม่มีองค์กรเรียนรู้และทีมเรียนรู้ ภาวะผู้นำการเรียนรู้ย่อมไม่เกิด และองค์ความรู้ที่มาจากการปฏิบัติการจริงย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วย” 

นอกจากแนวทางองค์กรเรียนรู้แล้ว ทางสถาบันฯ ก็ได้ยึดแนวทางการสร้างความรู้ (Knowledge Creation) ของศาสตราจารย์อิคุจิโระ โนนากะ (Ikujiro Nonaka) ผู้ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจและการจัดการองค์กร ศ. โนนากะได้พูดถึงความรู้ 3 ประเภท คือ

  1. ความรู้ที่จับต้องได้ (Explicit Knowledge) ที่เป็นเอกสาร บทความ หนังสือ ถ่ายทอดด้วยกระบวนการฝึกอบรม ด้วยการเรียนการสอนที่ทำทั่วไปในมหาวิทยาลัยและที่อื่นๆ
  2. ความรู้ที่ฝังลึก (Tacit Knowledge) อันเป็นความรู้ที่จะถ่ายทอดโดยหนังสือ เอกสาร และการฝึกอบมรมได้ไม่หมด จะเข้าใจความรู้ที่แท้จริงนี้ได้นั้น เป็นการเรียนรู้โดยการฝึกฝนทักษะ และได้รักการชี้แนะจากการฟูมฟัก (Mentoring) ของคนที่มีประสบการณ์และมีความสามารถมากกว่า ต้องเป็นการเรียนรู้โดยอาศัยไปทำงานเป็นลูกมือ ร่วมช่วยเหลือในการทำงาน เช่น พ่อครัวฝึกหัดทำอาหารกับ่อครัวใหญ่ที่มีฝีมือ และเรียนรู้ด้วยการสังเกต ทดลอง และทำเอง
  3. ความรู้เชิงปัญญาปฏิบัติ (Phronesis Knowledge) อันเป็นความรู้ที่ยืนอยู่บนหลักจริยธรรม มีคุณค่าทางจิตใจ และมีความหมาย ทำให้การนำเอาความรู้และความสามารถไปใช้สอดคล้องกับการตัดสินใจของภาวะผู้นำอย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ

ความรู้ประเภทแรก คือ ความรู้ที่จับต้องได้ (Explicit Knowledge) สามารถประเมินและวัดผลได้ง่ายตามหลักวิชาการทั่วไป แต่ความรู้อีก 2 ประเภทหลัง คือความรู้ฝังลึกและความรู้เชิงปัญญาปฏิบัติ ไม่สามารถวัดและประเมินผลด้วยวิธีการแบบการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการแบบทั่วไป (โรงเรียน มหาวิทยาลัย) หรือในองค์กรโดยทั่วไปได้ เพราะไม่ใช่การวัดเชิงปริมาณ ดังนั้น ความรู้ฝังลึกและความรู้เชิงปัญญาปฏิบัติจะค่อยๆ ก่อตัวและแสดงออกในการทำงาน — ซึ่งความรู้ทั้ง 2 ประเภท คือ ความรู้ฝังลึกและความรู้เชิงปัญญาปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งที่จะถูกเน้นย้ำในกระบวนการฝึกอบรม เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm) ที่มองโลกแบบองค์รวม ให้คุณค่าต่อสัมพันธภาพของสรรพสิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ และความลุ่มลึกภายในตัวมนุษย์เอง อันเป็นเรื่องของแรงบันดาลใจและความหมายแห่งชีวิต 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s