ความฉลาด 4.0 : เหลียวหน้าและหลัง 30 ปี สังคมไทย

pexels-photo-111216.jpeg

ในขณะที่เราพูดถึงการพัฒนาสู่ประเทศไทย 4.0 เรามีอะไรพร้อมสำหรับการก้าวสู่ยุค 4.0 บ้างโดยเฉพาะปัญญาความฉลาดของมนุษย์?  อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ วิทยากรกระบวนการด้านภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ นำเสนอข้อคิดการสร้างความฉลาดใหม่ (ความฉลาด 4.0) เพื่อรับมือกับยุคสมัยของ “เครื่องจักรชาญฉลาด” (Smart Machine Age: SMA) ด้วยปรัชญาและภูมิปัญญาโบราณ ที่เน้นคุณค่าและจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์

“We can be humble and live a good life with the aid of the machines or we be arrogant and die.” —- Norbert Wiener

“ถ้าเราอ่อนน้อมถ่อมตน ก็จะใช้ชีวิตที่ดีเป็นสุขได้ ด้วยการช่วยเหลือของเครื่องจักร หรือเราจะทำตัวยะโสโอหัง แล้วก็คงต้องตายไป”  — นอร์เบิร์ต วีเนอร์ (นักวิทยาศาสตร์)

เรามองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน อันถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย จากประเทศยากจนด้อยพัฒนามาสู่ประเทศพัฒนาแล้ว และอยู่ในระดับรายได้ปานกลาง อันมาจาการก้าวจากประเทศกสิกรรมมาสู่ประเทศอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เมื่ออดีตนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น คือ พลเอกเปรม ตินณสูลานนท์ ได้จัดเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมเปโตรเคมีและพลังงาน และท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังเพื่อเป็นท่าเรือส่งออกนำเข้าสินค้า อีกทั้งบริเวณรอบๆ กรุงเทพซึ่งมีดินอันอุดมสมบูรณ์และระบบชลประทานปลูกข้าว สวนผลไม้ได้ผันตนเองเป็นนิคมอุตสาหกรรมสิ่งทอ ผลิตสินค้าอีเล็คทรอนิคส์ และชิ้นส่วนอุตสาหรรมยานยนต์ จนเป็นการประกอบรถยนต์จนได้ชื่อว่า “ดีทรอยด์แห่งเอเชีย” เราได้กลายเป็นเสือตัวที่ห้าแห่ง NICs ในทวีปเอเชียขณะที่ประเทศจีนและอินเดียยังยากจนและล้าหลัง

.

ถ้าเรามองด้วยสายตาของ Klaus Schwab ผู้เขียนหนังสือ The Fourth Industrial Revolution (ที่ต่อมารัฐบาลชุดนี้นำมาพูดเรื่อง Thailand 4.0) เมื่อ 30 ปีก่อนเรายังอยู่ในคลื่นอุตสาหกรรม 2.0 และ 3.0 อยู่เลย …มาถึงวันนี้มันก็จะมาทับซ้อนกับ 4.0 ซึ่งผู้คนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์และสถาบันการศึกษาทั้งระดับ ประถม มัธยมและอุดมศึกษายังก้าวกระโดดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน (disruption) ไม่ทัน และนี่คืออนาคตโลกที่เป็น VUCA-World ที่คุกคามการก้าวไปข้างหน้าและการอยู่รอดของสังคมไทย (VUCA World = โลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและคาดเดายาก)

.

ถ้าพูดกันให้กระชับง่ายๆ โดยไม่ต้องนิยามให้แม่นยำทางวิชาการ แต่ให้ใช้สามัญสำนึกพิจารณาการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีในทศวรรษสุดท้าย อาจจะพูดได้ว่า เราลื่นไถลเข้าสู่ “ยุคสมัยของเครื่องจักรกลชาญฉลาด (Smart Machine Age: SMA) แล้ว

แล้วมันเตือนอะไร? มันส่งสัญญาณอะไร?

พูดสั้นๆ เข้าใจง่ายๆ ว่า คนทำงานชาวไทย พลเมืองไทย นักบริหารทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจของไทยจะใช้ความฉลาดที่ใช้ได้ดีในยุคสมัย Industrial Revolution 1.0-3.0 ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

.

“เครื่องจักรชาญฉลาด” มันเป็นอย่างไร?

เอาง่ายๆ เลย หุ่นยนต์ที่มีความสามารถสูงขึ้นเรื่อยจากการทำงานง่ายๆ แม่นยำจำนวนมากที่ไม่ค่อยผิดพลาดในการประกอบรถยนตร์ จนวันนี้หุ่นยนต์ที่มีความสามารถสูงเข้าใจในการอ่านสีหน้าคนได้ เครื่องทำงานอัตโนมัติต่าง algorithms การประมวลลข้อมูลจำนวนมากในเวลาสั้นๆ คอมพิวเตอร์เล่นหมากรุกเอาชนะเซียนหมากรุกระดับโลกได้ หรือรถยนต์ไร้คนขับ นี่แค่ยุคเริ่มแรกของ Artificial Intelligence (ซึ่งในทศวรรษหน้าจะฉลาดกว่านี้อีกหลายเท่า) เป็นต้น

.

ตัวอย่างดังกล่าวล้วนแต่บ่งบอกอนาคตของการผลิตอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม การบริการของระบบเศรษฐกิจ การศึกษา วัฒนธรรม การเมืองและสังคมที่เราไม่คุ้นชินทั้งสิ้น งานจำนวนไม่น้อยที่เน้นปริมาณ และเป็นงานรูทีน (routine) เครื่องจักรฉลาดจะเอาไปทำ และทำได้ดีกว่าเราด้วย จะมีผลอย่างไรต่อการจ้างงานและมีงานทำของคนที่จบการศึกษาอบรมให้ “ฉลาดในกระบวนทัศน์เก่า”

.

เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่ต่างไปจากโลกเดิมที่เราเคยชินเกือบสิ้นเชิง คนที่ให้ข้อคิดในมิตินี้ คือ ศาสตราจารย์ Edward D. Hess ผู้เขียนหนังสือชื่อยาว Humility is the New Smart: Rethinking Human Excellence in the Smart Machine Age เขาให้ความเห็นว่า ในยุคสมัยเช่นนี้เราต้องพัฒนาศักยภาพที่เป็น “ความฉลาดใหม่” (New Smart) จึงจะพาองค์กรและสถาบันให้ทันกับการแข่งขันที่เข้มข้นได้

.

ความฉลาดที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัยได้สอนและผลิตบัณฑิตออกมานั้น ล้วนเป็นความรู้และเป็นความฉลาดที่เหมาะกับอุตสาหกรรมยุค 2.0 และ 3.0 ที่ไม่มีทางสู้กับ “เครื่องจักรชาญฉลาด” ได้ในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ดังนั้นทุกองค์กร ทั้งภาคธุรกิจ หน่วยราชการ ประชาสังคม หรือองค์อิสระต่างๆ จะทำอย่างไรดี เพื่อให้เราฉลาดในที่เครื่องจักรชาญฉลาดทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีกว่ามนุษย์

.

ก่อนที่จะมาพูดถึงว่าอะไรคือ “ความฉลาดใหม่” (New Smart) เรามาทำความเข้าใจ “ความฉลาดเก่า” (Old Smart) กันสักนิด

.

Hess นิยามง่ายๆ ว่า ความฉลาดเก่า คือ พื้นฐานของการคิดที่เน้นเชิงประมาณ “ฉันรู้มากกว่าคุณ ฉันมีข้อมูลมากกว่าคุณ” เมื่อถึงคราวสอบฉันทำผิดน้อยที่สุด หรือได้คะแนนมากที่สุด ความฉลาดเก่าแบบนี้เป็นผลพวงตกทอดมาจากการการศึกษา ที่สร้างและอบรมคนทำงานในยุคอุตสาหกรรม 2.0 และ 3.0 ซึ่งให้ความสำคัญกับการผลิตเชิงปริมาณ ผลิตซ้ำๆ ทำซ้ำๆ และผิดพลาดให้น้อย

.

แต่ “ความฉลาดใหม่” เป็นความสามารถของมนุษย์ผู้ใคร่ครวญลุ่มลึกอีกชั้นหนึ่ง ต่อการที่ “เครื่องจักรชาญฉลาดคิดได้” และความฉลาดใหม่ไม่ได้เน้นเชิงปริมาณว่า คุณรู้มากว่าผู้อื่นเพียงใด  ทว่า “คุณภาพ” การคิดของคุณเป็นอย่างไร ความใส่ใจแสวงการเรียนรู้และทักษะเรียนเพื่อเรียนรู้ (Learn how to learn) ของคุณอยู่ในระดับใด สภาวะอารมณ์ของคุณในการสนทนาและทำงานร่วมกับผู้อื่นอันนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงานเป็นทีม ทำงานกับเครือข่ายของคุณมีคุณภาพเพียงใด

.

ดังนั้น ความฉลาดใหม่ต้องการการผู้บริหาร คนทำงาน ครู อาจารย์ที่ต้อง “ลดอัตตา” (ego) และไม่กลัวผิด (fear) ไม่สร้างกำแพงปกป้องตนเอง แต่เปิดรับ กล้าลองคิดลองทำ แล้วเรียนจากความผิดพลาดให้เร็วที่สุดมันเป็นการเรียนรู้ที่เดินทางเข้าสู่ภายในตนและออกมาข้างนอก แล้วนำประสบการณ์จากภายนอก เข้าสู่การคิดใคร่ครวญสร้างประสบการณ์ภายในของตนเองที่มีความหมาย (make meaning) เกิดเป็นวงจรเรียนรู้ที่หมุนสูงขึ้นเป็นเกลียวสว่านเชิงคุณภาพโดยมีพื้นฐานเรื่องการให้คุณค่าและจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์  และการดำรงอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับมนุษย์และมนุษย์กับธรรมชาติ

.

แน่ละ! การพัฒนา “ความฉลาดใหม่” ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดาย แต่โชคดีที่สังคมไทยมีคำสอนและแนวทางการฝึกปฏิบัติในการใช้ชีวิตและการทำงานที่พุทธศาสนาได้วางรากฐานอันแข็งแกร่งไว้ให้ ดังเช่น อิทธิบาท 4 ก็ดี โยนิโสมนสิการก็ดี อีกทั้งในหลักปรัชญาเต๋า ก็มีแนวทางที่สามารถเอาไปครุ่นคิดอย่างลุ่มลึกแล้วนำมาใช้จนติดเนื้อติดตัวเป็น “ความฉลาดใหม่” ที่ใช้ประโยชน์จาก “เครื่องจักรชาญฉลาด” เพียงแต่ต้องเอาจริงเอาจังกับการนำภูมิปัญญานับพันปี มาประสานกับศาสตร์แห่งจิตวิทยาสมัยใหม่ให้ได้

Advertisements
This entry was posted in ล้อมวงอ่าน and tagged , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s