ทำการบ้าน เพื่อใคร

จากการทำการอบรมมายาวนานและเฝ้าสังเกตการเรียนรู้ของผู้คนในการอบรมอื่นๆ อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ พบว่า สิ่งที่ขาดหายไปในกระบวนการเรียนรู้ คือ การหล่อเลี้ยงพลังการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและให้เกิดผลได้จริงในภาคปฏิบัติ — ดังนั้น โครงการภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ จึงออกแบบให้มีระบบการติดตามสนับสนุนการเรียนรู้สำหรับผู้เข้าอบรม โดยทีมที่มีชื่อเล่นว่า “พี่เลี้ยง”

อันที่จริง ความเป็นพี่เลี้ยงไม่ได้หมายความว่า เราเก่งหรือรู้เรื่องงานการของผู้เข้าอบรม แต่พี่เลี้ยงมีหน้าที่สร้างบรรยากาศ ชวนสนทนา ตั้งคำถาม เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเรียนรู้จากตัวเอง จากงานที่ตัวเองทำ จากปฏิสัมพันธ์ในทีมงาน

หนึ่งในงานที่พี่เลี้ยงทำ คือ การตั้งคำถามชวนใคร่ครวญ และถอดบทเรียน

img_1420ท้ายเวทีการอบรมแต่ละครั้ง ทีมพี่เลี้ยงจะมีแบบสอบถามให้ผู้เข้าอบรมประเมินผลการเรียนรู้ และถอดความรู้ด้วยตัวเอง คำถามในการประเมินตนเอง 2 คำถาม มุ่งเน้น

  • ให้ผู้เข้าอบรมทบทวนและเชื่อมโยงความรู้และทักษะที่เรียนว่าเป็นประโยชน์กับชีวิตและงานของตนอย่างไร เห็นโอกาสในการนำเอาความรู้ ทักษะที่ได้จากการอบรมไปใช้ในงานอย่างไรบ้าง
  • ให้ผู้เข้าอบรมสังเกตตัวเองว่า เห็นความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่ตนเองสังเกตเห็นในตัวเอง ในระหว่างการอบรมหรือไม่ เห็นการเปลี่ยนแปลงในความคิด พฤติกรรมของทีมงาน และเพื่อนร่วมเรียนรู้อย่างไร

คำถาม 2 ข้อนี้เป็นไปเพื่อให้ผู้เข้าอบรมเห็นตัวเอง เห็นผู้อื่น เห็นความรู้ภายนอก ที่ตัวเองจะนำมาใช้ในตัว และเห็นความรู้ในตัวที่จะนำออกไปใช้ภายนอกได้

นอกจากคำถามท้ายเวทีแล้ว พี่เลี้ยงติดตามดูแลพลังการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสนทนากันทางไลน์ (Line) ที่สำคัญ คือ หลังการอบรมราว 4-6 สัปดาห์ ทีมพีเลี้ยงจะส่งคำถามชวนใคร่ครวญเรื่องการนำความรู้ ความเข้าใจที่ได้จากการอบรมว่าไปใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงานอย่างไรบ้าง

ทีมพีเลี้ยงชวนให้ผู้เรียนรู้บันทึกการเรียนรู้ของตัวเองเป็นประจำ หรืออย่างน้อยก็เขียนเมื่อได้รับคำถามชวนคิด ที่หลายคนเรียกว่า “การบ้าน”เรื่องนี้ไม่มีการบังคับ ไม่เป็นกฏหรือกติกาใดๆ แต่ความหมายของการทำเช่นนี้ คือ การเรียนรู้ไปด้วยกัน _DSC0301และเพื่อจะเข้าใจความรู้สึกของผู้เข้าอบรมว่า ระบบการติดตามแบบนี้มีส่วนช่วยให้พวกเขายกระดับการเรียนรู้และการนำความรู้ไปใช้ในการทำงานบ้างหรือไม่ ทีมพี่เลี้ยงโครงการภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ได้สัมภาษณ์พิเศษ คุณเสนีย์วรรณ เสนีย์ยุทธ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 9 

ทีมพี่เลี้ยงถาม : การบ้านที่ทางทีมติดตามสนับสนุนส่งไปหลังจากการอบรมแล้วประมาณ 1 เดือน มีความหมายและความสำคัญสำหรับการเรียนรู้อย่างไรบ้างค่ะ

คุณเสนีย์วรรณ : สิ่งแรก คือ เราเองต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น เมื่อเราให้ความสำคัญ เราก็จะมีเวลาที่จะทำ การทำการบ้าน เป็นการทำให้เราได้กลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่เราได้ผ่านกระบวนการมากมายในห้องเรียน ไม่ว่า จะเป็นการฟัง การมีสติ การสนทนา การชวนคิด การได้เปิดมุมมอง เกิดปัญญาใหม่ๆ แล้ว  การกลับมาทำการบ้าน ก็ทำให้เราได้มองเห็นตัวเองอีกแบบหนึ่ง เหมือนเราได้ยกระดับความคิดของเราขึ้นมาอีก เป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับตัวเองอีกขั้นหนึ่ง (Refection on Refection)

ที่จริงแล้วหลังจากที่เราจบการอบรมแต่ละครั้ง ทางทีมงานก็ให้เราสรุปและสะท้อนกระบวนการอบรม ( Refection) อยู่แล้วว่า เราคิดอย่างไร ได้เรียนรู้อะไร เกิดความรู้ความคิดอะไรขึ้นบ้าง

ตอนนั้นเราก็สะท้อนได้ระดับหนึ่ง แต่พอเรากลับมาได้อยู่กับตัวเอง เมื่อช่วงเวลาผ่านไป เราก็ได้กลับมาเห็นตัวเองอีกมุมหนึ่ง การทำการบ้านก็เป็นเหมือนกันได้ทบทวนตัวเอง และได้เตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าสู่กระบวนการครั้งใหม่ด้วย ได้ทบทวนว่า ที่ผ่านมา เราเรียนรู้อะไรมาบ้าง แล้วครั้งใหม่เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร กับกระบวนการข้างหน้า

 ทีมพี่เลี้ยง : หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมเราจะมีแบบสอบถามให้ผู้เข้าร่วมได้ประเมินการเรียนรู้ของตนเองว่า ได้ประโยชน์ ได้อะไรบ้าง เข้าใจสาระอย่างไร และคิดว่าจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อชีวิตและการทำงานอย่างไร แล้วก็มีสำเนาให้กับทุกคนได้นำกลับบ้าน ได้มีโอกาสนำสิ่งที่เขียนไว้นั้นมาทบทวนด้วยหรือไม่ ก่อนการที่จะตอบคำถามการบ้านที่ทีมงานส่งมาให้

คุณเสนีย์วรรณ : เคยเอามาทบทวนนะ พอเราอ่านแล้ว เราก็สังเกตได้ว่า ในตอนนั้นที่เราตอบไป เราคิดแบบเร็วๆ ก็รู้สึกว่า เราเขียนไปได้อย่างไร ที่จริงเราน่าจะเขียนได้ดีกว่านี้ หรือที่จริงแล้ว เราคิดได้มากกว่าในขณะนั้น นี่คือสิ่งเห็น แล้วเวลาที่เราทำการบ้านเราก็เสริมได้เสริมความคิดเพิ่มเติมหลังจากที่เราได้สะท้อนในห้องเรียน ให้มันสมบูรณ์มากขึ้นตอนที่เราทำการบ้านกลับไปให้

ทีมพี่เลี้ยง : คำถามที่ส่งไปให้ คิดว่ามีส่วนช่วยการเรียนรู้ของเราขนาดไหน หรือมันยาก-ง่าย หรือควรท้าทายกว่านี้ คิดอย่างไรค่ะ

คุณเสนีย์วรรณ : มันไม่ง่าย แต่มันก็ไม่ยาก เพราะที่จริงแล้ว ก็เป็นคำถามที่เราไม่ได้ไปถามใคร แต่เป็นคำถามที่ต้องกลับมาถามกับตัวเราเอง เราตอบคำถามได้ ก็เหมือนเราตอบตัวเราเองได้ (การสนทนากับตัวเอง)  ที่จริงเราไม่ได้ตอบทีมงานหรอก แต่คำถามนั้น เป็นการตั้งคำถาม เพื่อให้เราถามตัวเอง ตอบตัวเอง ว่า คุณได้อะไร  คุณเรียนรู้อะไร คุณพัฒนาอะไร และเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับชีวิตคุณ ณ ปัจจุบัน หลังจากที่คุณผ่านกระบวนการอบรมมาเกือบปีแล้ว

ทีมพี่เลี้ยง : ใช้เวลากับการทำการบ้านเยอะไหม

คุณเสนีย์วรรณ :  พอทีมงานส่งแนวคำถามมา พี่ก็เปิดอ่านทันที เพราะอยากรู้ว่า ทีมงานจะถามอะไร เราก็รู้สึกท้าทายระดับหนึ่งว่า ดูซิ รอบนี้ทีมงานอยากรู้อะไร พออ่านแล้ว ก็จะทิ้งช่วงไป พอใกล้ๆ เวลาส่ง ก็คิดว่า ต้องให้เวลากับการทำงานการบ้านแล้วอย่างน้อยๆ วันหรือสองวัน ต้องคิดแล้วว่า เราจะตอบอะไร เราคิดอะไร

ตอนที่ตอบไม่นานคะ แต่ใช้เวลานาน เพื่อที่จะให้ความคิดเราตกผลึกว่า เราเราจะตอบอะไร เพราะเรารู้ว่ามันไม่ใช่แค่ตัวเราเองแล้ว การตอบนี้ ทีมงานอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ในการปรับกระบวนการ ทำอย่างไรที่จะเกิดประโยชน์กับทีมงานด้วย ถึงต้องใช้เวลาตกผลึกความคิดนานนิดหนึ่ง แล้วค่อยๆ เขียนออกมา เราอาจจะว่างเอาท์ไลน์ของเราไว้ก่อน แต่ก็รู้ว่า เราจะตอบคำถามอะไร แล้วค่อยใส่รายละเอียดลงไป

 

ชวนรับฟังข้อคิดเห็นของเสนีย์วรรณ เสนีย์ยุทธ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=IOn7MAn0OCA

Advertisements
This entry was posted in งานพี่เลี้ยง and tagged , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s