คุยกันเรื่องชีวิตให้มากกว่าเรื่องงาน (ตอน 1)

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_4196

 “การไปเยี่ยมของอาจารย์และทีมครั้งนี้ ไม่ใช่ลงไปติดตามงาน แต่อยากให้ทุกคนเห็นชีวิตเป็นตัวตั้ง ไม่เห็นงานเพียงอย่างเดียว หัวใจของความสำเร็จของมนุษย์คือการจัดการชีวิต เมื่อคุณจัดการชีวิตได้ดี งานของคุณก็จะดีตาม เพราะฉะนั้นเวลาเราไปคุย เอาเรื่องชีวิตมาคุยก่อน ให้เห็นความเป็นมนุษย์  แล้วเขาจะทะลุได้เอง แล้วเรื่องงานก็จะตามมาเอง” อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ 

หนึ่งในกระบวนการสำคัญของการเรียนรู้ คือ การฟูมฟักดูแลผู้เข้าอบรมหลักสูตรภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่  (Leaders by Heart) อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงในการเช้ารับการอบรม 3 คืน 4 วัน แต่ทีมงานโครงการและวิทยากร สื่อสารเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องผ่านรูปแบบการสื่อสาร social media และที่สำคัญ คือ การเดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้เข้าร่วมโครงการในพื้นที่

ในการเยี่ยมเยียนผู้เข้าอบรมนี้เอง ทีมงานได้พบข้อเรียนรู้ที่สำคัญในการสร้างพลังสู่การเปลี่ยนแปลง ทั้งในมิติชีวิตและการงาน ปิยนาถ ประยูร หนึ่งในทีมพี่เลี้ยงสนับสนุนการเรียนรู้ได้บันทึกเล่าการเดินทางไปเยี่ยมเยียนทีมองค์กร/โครงการต่างๆ ในภาคใต้

เปิดวงสนทนา

คืนแรกของการเวทีการอบรมที่ว่าด้วยเรื่องเครือข่าย การล้อมวงคุยกันโดยใช้กระบวนการ Fish bowl โดยมีผู้นำการสนทนาคือ อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์  ผู้ร่วมวงสนทนา คือ ปิยนาถ ประยูร (นาถ) และ สุภาพ สิริบรรสพ (หน่อง) ซึ่งเป็นทีมงานของโครงการภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ ที่มีบทบาทในการติดตามสนับสนุนการเรียนรู้ หรือเรียกกันเล่นๆ ว่า “พี่เลี้ยง”

อาจารย์ชัยวัฒน์  เปิดวงสนทนา ด้วยประโยคสำคัญ “Capacity To Experience”  ซึ่งแปลว่า “สมรรถนะในการมีประสบการณ์” หรือ “ความสามารถในการมีประสบการณ์”

“ประสบการณ์”  ที่จะนำมาเล่าในครั้งนี้เป็นเรื่องราวการเดินทางเพื่อเยี่ยมเยียนทีมต่างๆ ที่เข้ามาร่วมเรียนรู้ในหลักสูตรชุดวิชาของโครงการภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่  ในการสนทนาจะให้แต่ละคนเล่าเรื่องที่เป็นเหตุการณ์หรือประสบการณ์สดๆ ที่แต่ละคนได้ไปพบเจอ จากนั้นก็ให้คนในวงยกระดับจากการฟังประสบการณ์ของผู้เล่าว่าเมื่อได้ฟังเหตุการณ์ต่างๆ แล้วเราได้ข้อคิดหรือค้นพบอะไรจากเรื่องเล่าประสบการณ์นั้นบ้าง

 

มองเห็นชีวิตมากกว่างาน ประสบการณ์จากภาคใต้

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_5190ปิยนาถ ประยูร  หนึ่งในทีมพี่เลี้ยงของโครงการ เล่าให้ฟังถึงการเดินทางร่วมกับ “น้องอี๊ด” รัตนา ชูแสง  ที่เป็นพี่เลี้ยงหลักในพื้นที่ภาคใต้ และอาจารย์ชัยวัฒน์ ซึ่งเป็นวิทยากรกระบวนการ หรือ เป็น “ครู” ที่ให้ความรู้ทั้งในเชิงทักษะ ทฤษฏี กระบวนการ สำหรับให้ผู้เรียนทุกคนได้นำไปปรับใช้ในงานของตัวเองที่ทำอยู่  การลงพื้นที่ใน 4 จังหวัดภาคใต้ คือ สุราษฎร์ธานี ชุมพร ระนอง และพังงา เป็นระยะเวลาติดต่อกันถึง 7 วันเลยทีเดียว

ก่อนออกเดินทาง อาจารย์ชัยวัฒน์ ได้บอกกล่าวไปยังทุกทีมที่จะไปเยี่ยมว่า

“การไปเยี่ยมของอาจารย์และทีมครั้งนี้ ไม่ใช่ลงไปติดตามงาน แต่อยากให้ทุกคนเห็นชีวิตเป็นตัวตั้งไม่เห็นงานเพียงอย่างเดียว เนื่องจากอาจารย์เห็นว่า พวกเราส่วนใหญ่จะติดกรอบอะไรบางอย่างที่ทะลุไม่ขึ้น เวลาคุยก็จะคุยแต่งาน งาน งาน  อาจารย์มาค้นพบว่า หัวใจของความสำเร็จของมนุษย์คือการจัดการชีวิต เมื่อคุณจัดการชีวิตได้ดี งานของคุณก็จะดีตาม เพราะฉะนั้นเวลาเราไปคุย เอาเรื่องชีวิตมาคุยก่อน ให้เห็นความเป็นมนุษย์  แล้วเขาจะทะลุได้เอง แล้วเรื่องงานก็จะตามมาเอง”

กลุ่มแรกที่ไปเยี่ยมเยียนคือ กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 หลายคนได้ผ่านกระบวนการฝึกอบรมกับอาจารย์ชัยวัฒน์ทั้งรุ่นที่เป็นที่ปรึกษาของกลุ่ม เช่น ครูอู๊ด (นิวัตร์ โฮ้เต้กิ้ม) พี่ทวีศักดิ์ สุขรัตน์  และคนอื่นๆ  น้องๆ เยาวชน รวมถึงน้องอี๊ดด้วย  การที่อาจารย์ไปเยี่ยม น้องๆ ก็จะรู้สึกเหมือนมีญาติผู้ใหญ่มาเยี่ยม ทุกคนกระตือรือร้นว่าจะทำกับข้าวอะไรให้อาจารย์กิน นาถก็ไปจ่ายตลาดกับน้องๆ ด้วย บรรยากาศในการตั้งวงคุยเป็นบรรยากาศเหมือนเรานั่งล้อมวงคุยกันที่ลานบ้าน

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_1103น้องอี๊ดได้นำวงคุยโดยอ่านบทกวีและความเรียงในเรื่องที่เกี่ยวกับศรัทธาและความหมาย คุณค่าของชีวิต จากนั้นจึงเปิดวงให้แต่ละคนแนะนำตัวเล่าเรื่องราวของตนว่าเป็นใครทำอะไรอยู่  ในช่วงแรกๆ ก็มีการแนะนำตัวแล้วก็พูดถึงเรื่องงาน อาจารย์ชัยวัฒน์ก็ชวนคุยโดยตั้งคำถามว่า แล้วตอนนี้ ชีวิตเราดำรงอยู่อย่างไร คนเล่าก็ถึงกับนิ่งไป ซึ่งมาเล่าให้นาถฟังในภายหลังว่า ตนเองไม่คิดว่าจะมีใครมาใส่ใจชีวิตของเขา ว่าเขาจะมีรายได้ มีความเป็นอยู่อย่างไร  ในวันนั้นเรื่องเล่าของทุกคนจึงเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตและงานที่เชื่อมโยงกัน

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_7902ในวงประชุม มีหลากหลายประสบการณ์มาก ทั้งครูที่เสียสละออกจากอาชีพครูมาค้นคว้าประวัติศาสตร์ของเมืองเก่า คือเมือง “เวียงสระ” อย่างจริงจัง เพื่อเรียนรู้รากเหง้าของตัวเอง และเป็นครูของชุมชนที่ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านี้  มีทั้งผู้หญิงที่แม้จะเรียนจบ ป.4 แต่รู้สึกทุ่มเทอยากสืบทอดโนราห์ และชักชวนเพื่อนมาร่วมทำด้วย และในวงคุยนาถและอาจารย์ก็ได้ฟังเรื่องของครูวันเพ็ญ (วันเพ็ญ เกิดสุวรรณ) ซึ่งมาร่วมการอบรมกับเราในครั้งนี้ด้วย  ขณะที่ครูวันเพ็ญเล่าเรื่องราวชีวิตและงาน ฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้คนในวงขยับเข้ามาฟังใกล้ๆ เพื่อให้ได้ยินกันและกัน เมื่อครูวันเพ็ญเล่าจบ อาจารย์ก็บอกครูวันเพ็ญให้ขยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วชักชวนให้มาเรียนรู้ร่วมกันในเวทีนี้

ทั้งจากการกระทำและคำพูดบางอย่าง ทำให้หลายคนเกิดแรงบันดาลใจ จุดประกายที่จะไปทำในงานของตัวเอง ซึ่งอาจารย์ได้เล่าเรื่องของคนที่เป็น Scouts ของทีมฟุตบอล ที่เขาจะคอยมองว่า เด็กคนไหนจะมีแวว เล่นได้ดี ก็จะชักชวนเข้าสโมสร มาดูแล ฝึกฝน โดยยกตัวอย่าง เมสซี่  นักฟุตบอลชื่อดังของทีมสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา ดังนั้น พวกเราจึงควรมีสายตาที่จะมองเห็นคนที่ตั้งใจ ทุ่มเท ทำงานเพื่อแผ่นดิน เราต้องมีสายตาที่จะหาเพชรในตม หรือสายตาที่จะร่อนทองในน้ำให้ได้ จากที่อาจารย์พูดเช่นนี้ ทำให้พี่จิตที่ทำเรื่องโนราห์ก็เริ่มคิดว่า กลับไปก็จะต้องมองหา บุคคลที่มีแววเช่นกัน ก็เหมือนกับเราเอง ในฐานะพี่เลี้ยง ที่ต้องการค้นหาคน เราต้องใส่ใจในการฟูมฟักดูแล คนที่มีใจในการที่จะทำงานจริงๆ ให้เขาเรียนรู้เติบโต

วันที่สองของการเดินทาง

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_4196ทีมเครือข่ายงดเหล้าภาคใต้ตอนบน องอาจ พรหมมงคล (อาร์ท) และเจกะพันธ์ พรหมมงคล  ก็ได้พาไปเยี่ยมถึง 3 แห่งด้วยกัน คือ วัดสวนสมบูรณ์ อำเภอละแม ชุมพร ที่นี่เป็นวัดที่แปลกมาก คือ มีศาลาที่ไม่มีผนัง ซึ่งเจ้าอาวาสเล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านก็ไม่ชอบอยากจะไล่เจ้าอาวาสออกจากพื้นที่ แต่กลับมีกลุ่มคนหนุ่มสาวที่เป็นคนบอกว่า เจ้าอาวาสต้องอยู่ เพราะมีคนอยากจะเข้าวัดมากขึ้น ที่นี่เป็นวัดที่สะอาดมาก มีชมรมคนรักวัดที่ทำเรื่องของการลดปัจจัยเสี่ยง

จากนั้นคณะเดินทางก็ไปที่สวนนายดำ ซึ่งเป็นร้านอาหารที่หลายคนรู้จักกันดี มีความโดดเด่นเรื่อง “ส้วม” ซึ่งทุกคนสามารถค้นหาข้อมูลได้  ที่นี่เป็นร้านอาหาร และเป็นสวนที่มีต้นไม้ร่มรื่น แสงนภา หลีรัตนะ (สาว) ซึ่งทำงานเครือข่ายงดเหล้า ได้แนะนำให้รู้จักกับ คุณพงษ์ศักดิ์ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ เจ้าของสวนนายดำ ซึ่งได้เล่าให้ฟังว่า สวนแห่งนี้ทำมาจากจิตวิญญาณ ไม่ใช่เพียงแค่จิตสำนึก เพราะอยากให้ทุกคนสุขภาพดี  ที่นี่จึงเป็นที่ปลดทุกข์ โดยใช้ “ส้วม” เป็นที่ปลดทุกข์ทางกาย และ “สวน” เป็นที่ปลดทุกข์ทางใจ ในยุคแรกป้ายต่างๆ ในสวนจะเป็นป้าย “ห้าม” ยุคต่อมาป้ายจะเน้นไปที่ “ไม่ทำร้ายตัวเอง” และตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนสู่ยุค “รักตัวเอง” เป็นเชิงบวกมากขึ้น ขับเคลื่อนด้วยความสุข

ในเรื่องของการดูแลคน ดูแลทีม คุณพงษ์ศักดิ์ เล่าว่า สิ่งที่เขาคุยกับทีมงานของเขาคือ คุยเรื่องชีวิต ไม่ได้คุยเรื่องงาน เวลาคุยกัน ก็จะถามถึงครอบครัว ถึงลูก ใครไม่สบายเจ็บป่วยก็ดูแล แต่ไม่ได้ให้เขาพึ่งพา คุยแบบเป็นกันเอง แนวราบ จะไม่คุยเรื่องงานเพราะเชื่อว่าถ้าชีวิตของเขาดี เขาก็จะทำงานดีไปเอง

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_1034นอกจากนี้ยังเล่าถึงเรื่องที่เขาได้เข้าไปทำงานกับโรงเรียนแห่งหนึ่ง โดยเข้าไปดูเด็กที่เกเร เรียนไม่เก่ง ไม่ชอบเรียน เพราะบางคนเขาอาจจะไม่เก่งเรียน แต่เก่งกิจกรรม ทำอะไรได้หลายอย่าง เขาก็เข้าไปทำกิจกรรมกับเด็กๆ เหล่านี้ แล้วก็ให้คนที่เป็นหัวโจก ดูแลน้องๆ  และมีหลายงานที่เขาเขาไปมีส่วนร่วมในการทำงานด้วย เช่น กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น

แนวคิดที่น่าสนใจของคุณพงษ์ศักดิ์ ในการทำงานกับชุมชน กับชาวบ้านก็คือ “ส่งเสริมในสิ่งที่เขามี ไม่ใช่เอางานของเราไปให้เขาทำ”

น่าเสียดายว่าที่สวนนายดำ คณะเดินทางยังไม่ทันได้แลกเปลี่ยนสอบถามใดๆ ก็ต้องเดินทางต่อไปยังชุมชนห้วยใหญ่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านในหุบเขา เป็นศูนย์เรียนรู้ของเครือข่ายงดเหล้าอีกจุดหนึ่ง ที่นี่เราได้พบกับผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นคนใต้และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านผู้หญิงซึ่งเป็นคนอีสาน รวมทั้งชาวบ้านจำนวนกว่า 10 คน  ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือน อาศัยอยู่ในที่ดินป่าสงวน เป็นชาวบ้านที่อพยพมาจากทุกที่  ทั้งใต้ เหนือ อีสาน  หนีความยากจนมาถากถางพื้นที่และเริ่มปลูกกาแฟในช่วงที่กาแฟราคาดี  มีเด็กๆ เกือบ 100 คน เรียนในโรงเรียนหมู่บ้านใกล้ๆ  มีรถรับส่ง  ที่นี่ไม่มีวัด  ชาวบ้านจึงอยากให้มีวัดในหมู่บ้าน เพื่อให้เด็กๆ ในหมู่บ้านได้รู้เรื่องเกี่ยวกับพระ และพระที่จำวัดอยู่ก็จะได้คุยถึงเรื่องดีๆ กับเด็กๆ เมื่อชาวบ้านได้พูดคุยกันแล้วก็ตกลงร่วมกันว่าจะสร้างวัด ก็ช่วยกันลงแรง ลงเงิน หาวัสดุมาช่วยกันก่อสร้างวัด

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_727อาจารย์ชัยวัฒน์ ได้ชวนคุยถึงเรื่องของการดูแลเด็กๆ วัยรุ่น  ซึ่งเด็กๆ แต่ละคุ้มบ้านต่างก็ดูแลกลุ่มวัยรุ่นในคุ้มบ้านตัวเองได้เป็นอย่างดี  ยิ่งเมื่อมีวัดอยู่ในหมู่บ้าน เด็กๆ ก็จะชอบมาทำกิจกรรมที่วัด  ทำพิธีทางศาสนาต่างๆ ก็จะตื่นเต้นกันมากเมื่อได้ร่วมพิธีเวียนเทียน เป็นต้น และพระที่วัดนี้ก็เป็นพระที่นิมนต์มาจากทางอีสาน จะเคร่งในเรื่องของการสวดมนต์ ให้ศีล ทั้งก่อนและฉันอาหาร เป็นชุมชนที่น่าสนใจที่อยู่กันระหว่างสองวัฒนธรรม และสามารถนำเรื่องศีลธรรม เข้ามาจัดการปัญหาเรื่องเหล้าได้

เมื่อได้สอบถามถึงเรื่องการทำมาหากิน เศรษฐกิจของชุมชน ที่ปัจจุบันนี้ชาวบ้านทำสวนทุเรียนและยังใช้สารเคมียาฆ่าแมลงอยู่ เรื่องสุขภาพของคนในชุมชน การดูแลผู้สูงอายุ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่อาจารย์ชัยวัฒน์ได้ให้ข้อคิดไว้ รวมทั้งได้พูดคุยกับทีมงานเครือข่ายงดเหล้าด้วยว่า นอกจากเราสามารถทำชุมชนงดเหล้าได้แล้ว เราควรจะใส่ใจดูแล ส่งเสริมสุขภาพ ของคนในชุมชน ที่เกี่ยวโยงไปกับกลุ่มผู้สูงอายุ เด็กวัยรุ่น และคนทุกคนในชุมชนให้เข้มแข็งในทุกๆ ด้าน ของชีวิตจึงจะเป็นชุมชนที่น่าอยู่จริงๆ

มหาวิทยาลัยชีวิต

วันต่อมา พวกเราเดินทางไปกับ ทวีวัตร เครือสาย ระหว่างทางได้ชื่นชมกับบ้านไม้ อาคารเก่าๆ ในตลาดหลังสวน และอาจารย์ชัยวัฒน์ได้แนะนำให้ช่วยกันฟื้นฟูตลาดและชุมชนเมืองเก่าให้น่าอยู่ ซึ่งมีประวัติศาสตร์และเรื่องเล่าที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองหลังสวน  ก่อนที่จะพบกับทีมมหาวิทยาลัยชีวิต ที่รออยู่ที่อาคารไม้  ซึ่งเป็นอาคารเก่าที่กำลังจะถูกทุบทิ้งแต่ทางมหาวิทยาลัยชีวิตได้ขอปรับปรุงมาเป็นอาคารเรียน ซึ่งอาจารย์ชัยวัฒน์ได้เดินดูรอบๆ และตัวอาคารและกล่าวกับทุกคนว่า “สถานที่แห่งนี้ดี และมีความหมาย”

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_3629มหาวิทยาลัยชีวิต มีแนวคิดในเรื่องของการศึกษาเพื่อชีวิต เป็นการสังเคราะห์ความรู้จากท้องถิ่น ใช้เรื่องราวในท้องถิ่นเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ชุมพรจะมีศูนย์เรียนรู้ 2 แห่งคือ ที่ อ.หลังสวน และ อ.เมือง ซึ่งทีมที่เข้าร่วมเรียนรู้กับโครงการเป็นทีมที่กำลังเรียนอยู่กับศูนย์ อ.เมือง

วงคุยเริ่มต้นจาก 10 กว่าคน จากนั้นก็มีการทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เกือบ 30 คน การสนทนาในช่วงแรกทางผู้บริหารมหาวิทยาลัย และครูที่สอนในมหาวิทยาลัย ซึ่งหลายคนเคยเข้าร่วมอบรมกับอาจารย์ชัยวัฒน์ และได้นำกระบวนการหลายอย่างไปใช้กับการเรียนการสอนที่นี่ ได้เล่าถึงความพยายามในการปรับกระบวนการสอนให้มีชีวิตชีวา จากการสอนในช่วงแรกที่ครูส่วนใหญ่เป็นครูที่เกษียณแล้ว ก็จะติดนิสัยแบบครูในระบบ จนค่อยๆ นำกระบวนการ Check in และการแลกเปลี่ยนสนทนาแบบ Dialogue มาใช้ และตอนนี้นักศึกษารุ่นแรกๆ ก็มาเป็นครูพี่เลี้ยง

ครูพี่เลี้ยงและนักศึกษาบางคน ได้เล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง  ตั้งแต่ก่อนจะมาเรียน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเรียนรู้วิชาต่างๆ และได้ทำงานในชุมชน จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งมีหลายวิชาที่น่าสนใจมาก เช่น การรู้จักตนเอง การวางแผนและเป้าหมายชีวิต  สุขภาพชุมชน เป็นต้น

หลายเรื่องเล่าที่น่าประทับใจ ทั้งหนุ่มวิศวะกรที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เงินเดือนสูง แต่เมื่อคนที่บ้านเจ็บป่วยก็กลับไปเริ่มต้นชีวิตที่บ้าน ค้นหาตัวเองผ่านการเข้ามาเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยชีวิต ได้ลงพื้นที่ ลงชุมชน และกลับไปทดลองทำการเกษตรปลอดภัย ปลอดสารเคมี ที่บ้านของตัวเอง จนสามารถเป็นตัวอย่างให้กับคนในชุมชนและช่วยพัฒนาชุมชนได้

เพชรไพลิน ครูพี่เลี้ยงที่เคยทำธุรกิจและเป็นนักการเมืองท้องถิ่น เมื่อได้มาเรียนมหาลัยชีวิตก็เบนเข็มชีวิตมาทำในเรื่องง่ายๆ เช่น ปลูกพืชผักสวนครัว ดูแลสุขภาพคนในครอบครัว ไม่ต้องเจ็บป่วย ไม่ต้องบริโภคหรือพึ่งพาข้าวของจากภายนอกชุมชน เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เธอบอกว่า คนเราทำแต่เรื่องยาก มักไปทำที่เป้าหมาย เราควรเริ่มต้นจากสิ่งง่ายๆ ใกล้ตัว

น้องโบว์ เด็กสาวที่ไม่มีพื้นฐานความเป็นผู้นำ เรียนจบบัญชี ชีวิตมุ่งหวังจะนุ่งกระโปรง นั่งโต๊ะทำงานให้พ่อแม่ภูมิใจ จนให้เวลากับงานมากกว่าครอบครัว เมื่อต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงกลับมาอยู่กับครอบครัว เข้าเรียนมหาวิทยาลัยชีวิต และค้นพบศักยภาพของตัวเอง ตอนนี้ทำงานหลายอย่างทั้งงาน  อสม. ดูแลผู้สูงอายุ  และทำบัญชีให้พ่อซึ่งทำงานรับเหมาก่อสร้าง จากที่เคยจ้างคนอื่นทำบัญชี  นอกจากนี้ พ่อยังเป็นหมอกวาดยา ซึ่งเคยไม่มั่นใจเพราะคนมารักษากับหมอแบบเผื่อหาย ตอนนี้พ่อมั่นใจขึ้น และน้องโบว์ก็กำลังเรียนรู้ภูมิปัญญาด้านนี้กับพ่อ

การสนทนากับมหาวิทยาลัยชีวิตครั้งนี้ อาจารย์ชัยวัฒน์ได้ซักถาม ชวนคุย และชื่นชมมหาวิทยาลัยชีวิตที่ชุมพร ที่สามารถสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในชุมชนท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี ทำให้เราเข้าถึงความจริงของชุมชน ซึ่งหากมหาวิทยาลัยชีวิตในที่อื่นๆ ทำได้แบบนี้ก็จะเป็นฐานที่สำคัญมาก นอกจากนี้ยังได้ให้ความหมายของมหาลัยชีวิตที่สำคัญว่า “ผมไม่มีปริญญา แต่หมั่นเรียนรู้จากการอ่านหนังสือ การสนทนากับคน มหาวิทยาลัยชีวิตอยู่ในเนื้อในตัวของผม อยู่ในทุกที่ที่ผมไป” เพื่อให้ทุกคนมองเห็นถึงคุณค่า ความหมายที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยชีวิตที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของใบปริญญา

ความฝันของกาแฟ

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_7671

Enter a caption

หลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางไประนอง เป็นการไปพบปะกับคนที่ทำสิ่งดีๆ เพื่อปลุกพลังของเกษตรกรและคนรุ่นใหม่  คุณก้อง – สุพจน์  กรประสิทธิ์วัฒน์  เจ้าของ ก้อง วัลเลย์  ซึ่งเป็นวิสาหกิจชุมชน ที่รวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้าในพื้นที่จังหวัดระนอง สามารถปลูกเอง คั่วเอง ขายเอง กำหนดราคาเอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมากำหนดราคาให้  กาแฟที่มีรสชาติเข้ม มีวิธีการคั่วกะทะด้วยมือ  มีแบรนด์เป็นของตัวเอง เป็นที่รู้จักของตลาดต่างประเทศ ส่งไปขายทั่วโลก ส่งเสริมให้เกษตรกรทำเอง ขายเอง ตกลงราคากับผู้ซื้อเอง และในอนาคตจะส่งเสริมให้คนในประเทศหันมาบริโภคกาแฟจากเกษตรกรโดยตรง

 

คุณก้องเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ ช่างคิด อยากรู้เรื่องอะไรก็ทดลองทำเลย ท่องเที่ยวไปทุกหนแห่งที่อยากไป มีเพื่อนมากมาย จนฝรั่งชวนไปทำงานที่เยอรมัน และกลับมาดูแลสวนกาแฟของครอบครัว

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_48เขาเล่าเรื่องกาแฟ การแข่งขันในธุรกิจกาแฟ ที่ถูกตลาดเมืองนอกกำหนดราคา และเรื่องที่มีคนมากมายมาเรียนรู้และฝึกกับเขา ทำให้เราเห็นว่า มีคนรุ่นใหม่ๆ ใส่ใจเรื่องนี้ คุณก้องจัดทำวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้ชุมชนได้มีโอกาสต่อรองราคาได้ จนทำให้เกิดการสนับสนุนและรับซื้อกาแฟจากวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ อาจารย์ชวนคุณก้องคุยและถามว่า  คนที่มาเรียนกับคุณก้องมีสักเท่าไร ที่มาเรียนแล้วกลับไปทำเหมือนคุณก้องมีสักกี่คน คุณก้องบอกว่าน่าจะสักประมาณ 400-500 คน อาจารย์จึงชวนคิดว่าแล้วทำไมเราไม่นำสี่ร้อยห้าร้อยคนมาพบกันและทำเพื่อชุมชนเพื่อประเทศไทย?  ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นโจทย์ที่คุณก้องสนใจอยากรู้อยากทำเช่นกัน

พวกเราได้สนทนากับคุณก้องจนดึกดื่นและเช้าอีกวันก็ยังตั้งวงสนทนา กินกาแฟกัน ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นและเสียงของสายน้ำไหลที่ช่วยให้ผ่อนคลาย

ก่อนเที่ยงวันนั้น  พวกเราก็เดินทางไปพบกับกลุ่มประชาสังคมระนอง ใช้เวลาคุยกันไม่นาน แต่ก็รู้สึกว่าได้ให้กำลังใจกัน อาจารย์ชัยวัฒน์ได้ชวนคิดชวนคุยกับ สุชีพ พัฒน์ทอง แกนนำประชาสังคม ว่า “ทำอย่างไรที่จะนำงานวิจัยมาใช้ประโยชน์ และทำอย่างไรที่จะดึงคนที่เขาทำอะไรดีๆ ในจังหวัดระนอง ทั้งที่เรามีอยู่และที่เรายังไม่รู้จัก ได้ชวนกันมาคุยและให้เขาได้เข้ามามีส่วนร่วม” ซึ่งมีหลายคนที่มีประสบการณ์ก็อยู่ในวงชวนคิดชวนคุยนี้ด้วย

พังงาแห่งความสุข

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_6294วันถัดมา ระหว่างการเดินทางไปจังหวัดพังงา พวกเราก็แวะที่ไร่ไออรุณ ที่อำเภอกะเปอร์ เพื่อแวะเยี่ยมเยียนให้กำลังใจกับน้องเยาวชนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสถาปนิกและกลับบ้านไปทำสวนทำไร่ ปลูกผัก และฟาร์มสเตย์  ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่น่าสนใจที่อาจารย์ชัยวัฒน์อยากจะแวะไปคุยด้วย  แต่น้องเขาไม่อยู่  ได้พบกับพี่สาว พ่อกับแม่ของน้อง ฝากคำชื่นชมและให้กำลังใจไปกับพ่อแม่น้องเขาด้วย

เมื่อเข้าสู่จังหวัดพังงา ฝนตกหนักมาก กว่าจะเดินทางไปถึงเครือข่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “พังงาแห่งความสุข” ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่มาจากความต้องการของประชาชน ที่นี่มีทีมที่เข้าเรียนรู้ในหลักสูตรชุดวิชากับทางโครงการ มาจากหลายองค์กร รวมกันเป็นทีมพังงาแห่งความสุข นำทีมโดย ไมตรี จงไกรจักร, วิทยา วงศ์วิเชียรกุล, กำธร ขันธรรม,ชาตรี มูลสาร และปกรณ์ แสงสาคร เมื่อทุกคนในเครือข่ายทราบว่าอาจารย์จะแวะมาเยี่ยมก็มารวมตัวกัน รอพบและพูดคุยกับอาจารย์ตั้งแต่เช้า ซึ่งกว่าจะได้เจอกันพร้อมหน้าพร้อมตาก็ประมาณบ่ายสองโมงแล้ว เกือบ 30 คนที่รออยู่ในห้องประชุมของบ้านเขาหลักบีชรีสอร์ท เมื่อได้พบกับอาจารย์ต่างก็ดูคึกคัก กระตือรือร้น

เริ่มเปิดวงคุย ไมตรี ก็โยนมาให้อาจารย์ชัยวัฒน์นำกระบวนการ อาจารย์รับมือไมตรีโดยให้ทุกคนระดมสมองเรื่องยุทธศาสตร์พังงาแห่งความสุข โดยมีโจทย์ให้เลือกยุทธศาสตร์ที่คิดว่าจะขับเคลื่อนให้สำเร็จภายใน 2 ปี ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่จะส่งผลสะเทือนให้ยุทธศาสตร์อื่นๆ สำเร็จตามมาด้วย สังเกตจากการแบ่งกลุ่มกันทำโจทย์ อาจารย์ชัยวัฒน์ชื่นชมในความสามารถของทุกคนที่สามารถระดมสมองได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพ

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_6706หลังจากการนำเสนอ และอาจารย์ได้ให้ข้อคิดในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แล้ว หลายคนดีใจที่อาจารย์มาเยี่ยม เนื่องจากผูกพันกันมายาวนาน ได้รู้จักอาจารย์ในวาระต่างๆ แตกต่างกัน มีท่านหนึ่งที่ติดใจคำพูดในสิ่งที่อาจารย์เคยพูดไว้ว่า  “ทำอย่างไรเราถึงกับเคลื่อนเขารูปช้างด้วยกันให้สำเร็จ” ทำไมอาจารย์ถึงพูดประโยคนั้น อาจารย์ก็เล่าเรื่องลุงโง่ย้ายภูเขา ซึ่งเป็นการทำเรื่องยากๆ ที่ต้องหาวิธีการขับเคลื่อนให้สำเร็จ

อีกวัน  พวกเราเดินทางไปกับคุณแซม -ศรัณย์ รองเรืองกุล เจ้าของบ้านเขาหลักบีชรีสอร์ท ที่เป็นรีสอร์ทอารยสถาปัตย์ สถาปนิกหนุ่มที่ใส่ใจออกแบบให้ที่พักอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการและผู้สูงอายุ สนใจการฟื้นฟูชุมชนและอนุรักษ์อาคาร บ้านไม้และตึกเก่าในตลาดตะกั่วป่า ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา เนื่องจากทนไม่ได้ที่จะเห็นการบูรณะตึกเก่าของหน่วยงานภาครัฐด้วยการให้ทางสีใหม่เพียงอย่างเดียว  แต่คุณแซมและคนในชุมชนส่วนหนึ่งอยากเห็นทิศทางการปรับปรุง บูรณะตึกเก่าให้มีชีวิตชีวา มีเรื่องของวิถีของชุมชน เป็นการฟื้นชีวิตให้กับชุมชนให้อยู่ได้ท่ามกลางความทันสมัย   คุณแซมพาพวกเราไปคุยกับผู้นำชุมชน ซึ่งในวงคุยเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก เพราะแกนนำที่มาคุยด้วยมีประเด็นบริหารจัดการภายในที่อยากจะคุยกับคณะที่เราเดินทางไปด้วย  ซึ่งเป็นเรื่องสถานการณ์เกี่ยวกับการเงิน  น่าสนใจว่าในสถานการณ์เช่นนี้ อาจารย์จะทำอย่างไร  ในตอนนั้นอาจารย์ก็ปล่อยให้เขาคุยกับไปเรื่อยๆ และหาจังหวะในการที่จะคุย พอมีจังหวะอาจารย์ได้เล่าถึงความรู้สึกว่า รู้สึกประทับใจกับตะกัวป่าอย่างไร ชื่นชมขนมดั้งเดิมที่แกนนำชุมชนทำมาให้ทานกัน ดึงพลังด้านบวกขึ้นมา และเป็นการพลิกสถานการณ์ในตอนนั้น

%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%95%e0%b9%89_2527ในการเยี่ยมเยียนพังงาครั้งนี้ เมื่อได้มีการทบทวนและแลกเปลี่ยนกัน อาจารย์ชัยวัฒน์ก็มีข้อเสนอแนะให้ทีมพังงาแห่งความสุข ได้ทดลองใช้วิชาที่ได้เรียนรู้จาก Systems Thinking ทำ Mapping ของคนที่เข้าร่วมสมัชชาพลเมือง จำนวน กว่า 1,600 คน ที่เข้ามาร่วมประชุมสมัชชาโดยออกงบประมาณกันเอง เอาข้าวปลาอาหารมากินด้วยกัน ซึ่งเป็นภาพประทับใจของทีมพังงา และอาจารย์ตั้งคำถามว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อเราเห็นผู้คนมากมายเช่นนี้แล้ว ให้เราลองทำ Mapping เพื่อให้รู้ถึงความเชื่อมโยงของผู้คนว่าเชื่อมโยงกับใคร อย่างไร ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นภาพเครือข่ายของเราอย่างชัดเจนขึ้น

Advertisements
This entry was posted in Uncategorized and tagged , , , , , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s