เล่นให้ (งาน) สำเร็จ

20161110_162734

ในการอบรมภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ ผู้เข้าอบรมวัยกลางคนหลายคนตาเป็นประกาย เมื่อได้ต่อเลโก้เป็นรูปร่างต่างๆ ตามจินตนาการ บางคนก็สนุกกับการปั้นดินน้ำมันเป็นรูปคน เกาะ เรือ บางคนก็กำลังวาดรูปร่างคนบนกระดาษ เหมือนจะทำตุ๊กตากระดาษ — บรรยากาศในห้องอบรมหลักสูตรการคิดด้วยมือ (Design Thinking and Prototyping) พาทุกคนกลับไปเป็นเด็ก ยิ้ม หัวเราะ เล่นสนุก และแน่นอน เรียนรู้บทเรียนสำคัญหลายเรื่องที่ได้จากการเล่นและลงมือสร้างสรรค์แบบจำลองความคิด

ส่วนหนึ่งของข้อเรียนรู้สำคัญ คือ การคิดด้วยมือช่วยให้เรามีไอเดียดีๆ และมีความสุขในการทำงานร่วมกัน

ความฉลาดของกาย

20161110_150101

โดยมาก เราติดการคิดเชิงวิเคราะห์ พูดแสดงความคิดเห็นกัน โต้แย้ง ถกเถียง แต่สิ่งที่เรายังทำน้อย คือ การคิดด้วยมือ หรือคิดไป ทดลองทำไปด้วย (แบบนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลอง) ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า play and learn เล่น (ทำงาน) และเรียนรู้

เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องปัญญา 3 ฐาน คือ ฐานกาย ฐานใจ และฐานความคิด (สมอง)

การคิดด้วยมือเป็นการใช้ปัญญาฐานกาย ไปพร้อมกับปัญญาฐานความคิดและความรู้สึก (ใจ)

กายมีความฉลาด อย่างที่นักวิทยาศาสตร์กระบวนทัศน์ใหม่พิสูจน์มาแล้วมากต่อมากว่า กายของเรามีความทรงจำ กายของเรามีความเฉลียวฉลาด ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดว่า กายมีความทรงจำและชาญฉลาด คือ นักกีฬา ผู้ที่ฝึกศิลปะการป้องกันตัว คนทำอาหาร นักดนตรี ศิลปิน หรือผู้ที่มีทักษะเชิงช่างต่างๆ คนเหล่านั้นทำสิ่งที่ตนเองเชี่ยวชาญได้โดยไม่ต้องคิดด้วยซ้ำ แต่กายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่องพาให้ทำสิ่งต่างๆ ได้โดย “ไม่คิด”

ในการอบรมหลักสูตรอื่นๆ ที่ผ่านมา หรือในการเรียนรู้อื่นๆ เราใช้การสนทนา ใคร่ครวญ ซึ่งเป็นเรื่องของความคิด และ ความรู้สึก มาคราวนี้ การอบรมการคิดด้วยมือ ชวนให้เราใช้ปัญญาของกายมาร่วมสร้างสรรค์งานด้วย

ยกตัวอย่างโจทย์ที่อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ ให้กับผู้เข้าอบรม เริ่มด้วยโจทย์ง่ายไปสู่โจทย์ที่ท้าทายขึ้นเรื่อยๆ เช่น ให้แบบ (คล้ายกล่องกระดาษ) แล้วให้แต่ละทีมทำชิ้นงานขึ้นมาจากแบบที่ได้รับ โจทย์ต่อไป ไม่มีแบบ คือ ให้แต่ละทีมไปหาวัสดุธรรมชาติมาทำสิ่ง (packaging) ที่จะใช้ใส่ขนม ผลไม้ และที่ท้าทายขึ้น คือ ให้ทำโมเดลภาพวิสัยทัศน์ที่เราปรารถนาในการทำงานในองค์กร หรือโครงการทางสังคม

ผู้เข้าอบรมสนทนากันในทีมที่มาจากองค์กรเดียวกัน หลายทีมสนทนากันเพื่อให้ตกผลึกภาพความฝันที่อยากเห็นจากการทำงาน บางทีมภาพก็ชัด แต่บางทีม ยังไม่แน่ใจว่าภาพนั้นจะเป็นอย่างไรดี

พลังสู่ฝันให้เป็นจริง

20161110_162810การทำภาพความคิดให้ออกมาเป็นรูปธรรมสำคัญอย่างไร?

นี่เป็นคำถามที่ข้าพเจ้าถามตัวเองระหว่างสังเกตการทำงานของผู้เข้าอบรมแต่ละทีม

หลายครั้ง การสนทนาหรือระดมสมอง เรามีความคิด ความเห็น หรือแม้สิ่งที่เรียกว่า ภาพฝัน — เป็นภาษานามธรรม จับต้องยาก และเมื่อบอกให้เขียนภาพความคิดออกมาบนกระดาษ ภาพความคิดก็ยังออกมาเป็นภาพของคำและภาษา ซึ่งไม่อาจทำให้ผู้ฟังหรือรับสารเห็นภาพตามได้ ไม่กระทบใจ — นี่หรือไม่ที่ทำให้ “วิสัยทัศน์” ไม่กระตุ้นเร้าพลังในใจคน คำว่า “วิสัยทัศน์” แปลว่า ภาพ (Vision) มันต้องเห็นภาพได้

ข้าพเจ้าจึงมองว่า โจทย์นี้ของอาจารย์ช่วยให้เราค้นเข้าไปในตัวเองว่า เราเห็นภาพสิ่งที่ปรารถนาจะเห็นในงาน/โครงการของเราอย่างไร เราเห็นมันหรือไม่ เพราะถ้าเราไม่มีภาพนั้นในใจ เราก็แปลงมันออกมาได้ยาก

กระนั้น สิ่งที่ข้าพเจ้าเห็น คือ ทีมแต่ละองค์กรคุยกัน แม้ยังไม่แจ่มชัดในภาพฝันร่วมกันในตอนต้น แต่เมื่อได้ขยับตัว หยิบจับของต่างๆ เลโก้ ลูกโป่ง กระดาษ ฯลฯ เอามาพยายามทำเป็นแบบจำลองความฝันขององค์กร ข้าพเจ้าสังเกตว่า ภาพความฝันในใจของแต่ละคนในทีมจะค่่อยๆ เผยปรากฏขึ้นเรื่อยๆ

ปานใจ  จารุวณิช จากสถาบันอาศรมศิลป์ บอกว่า “เหมือนการเรียนของเด็ก เราต้องทำให้เด็กเห็นภาพในหัวให้ได้ ไม่เช่นนั้น เด็กจะไม่เข้าใจเรื่องที่เรียน”  

ข้าพเจ้านึกถึงหลักการสำคัญข้อหนึ่งของ NPL (Neuron-linguistic programming) จิตวิทยาสมัยใหม่ที่อิงหลักการทำงานของสมอง คือ การสร้างมโนภาพในหัวให้ชัดว่า ภาพที่เราอยากเห็นและปรารถนาคืออะไร ยิ่งเราเห็นชัดเท่าไร โอกาสที่สมอง-ใจ-กาย จะพาเราไปทำสิ่งนั้นให้สำเร็จก็มีมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อแต่ละทีมองค์กรช่วยกันนำภาพ (วิสัยทัศน์ ความฝัน) ในหัวของแต่ละคนออกมา เป็นแบบจำลอง/โมเดล (3 มิติ) ที่จับต้องได้ มันจะเป็นพลังผลักให้เราทำให้ภาพนั้นเป็นจริงยิ่งๆ ขึ้น

ความเป็นเรา

นอกจากนั้น การทำโมเดลภาพความฝันด้วยกันในแต่ละทีมองค์กร ยังช่วยสร้าง “ความเป็นเรา” ในทีม (teamwork, team learning, team spirit)

“เราทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่รู้สึกว่า มีใครสั่งใคร เราต่างรู้ว่า เราต้องทำอะไร และเมื่องานเสร็จ เรารู้สึกภูมิใจว่า เป็นงาน “ของเรา” ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง” ผู้เข้าอบรมหลายคนสะท้อนความคิดคล้ายกันอย่างนี้

งานที่เกิดขึ้นเป็น “งานของเรา” ก็เกิด “ความเป็นเรา” พลังตรงนี้เองที่จะผลักดันให้ภาพ/โมเดลวิสัยทัศน์ขององค์กรเป็นจริง

ปิ๊งแว๊บ

การคิดไป ทำไป ขยับกายไปด้วย ทำให้หลายคนในหลายกลุ่มยิ้มหัวเราะ ขยับเนื้อขยับตัวเดินไปหาของจากกลุ่มอื่น ทุกคนรู้สึกสนุกสนาน ผ่อนคลาย เพลิดเพลินจนลืมเวลา — ซึ่งจำได้หรือไม่ว่า ใจที่ผ่อนคลาย สบายนั้นเป็นใจที่เป็นสมาธิ และในสภาวะจิตที่เป็นสมาธิ ผ่อนคลาย ใจของเราจะเข้าสู่ภาวะแห่งความว่าง ซึ่งความคิดดีๆ จะไหลเข้ามาสู่เรา หรือ เราจะมี “ปิ๊งแว้บ” ได้ง่าย — และนี่เอง คือ เคล็ดลับของไอเดียดีๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการคิดด้วยมือ

20161110_162702

Advertisements
This entry was posted in กิจกรรมเรียนรู้ and tagged , , , , , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s