รดน้ำ “เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข” ในใจคน

%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87

เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข โดย ติช นัท ฮันห์

“ เมื่อเธอตกหลุมรักครั้งแรก  และรู้สึกชื่นชอบใครคนหนึ่งมาก ๆ นั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง ความรักที่แท้จริงหมายถึง  ความรัก ความเมตตา และความกรุณา  เป็นความรักที่ปราศจากเงื่อนไขใดๆ …การทำให้คนๆ หนึ่งมีความสุขเท่ากับเธอได้เรียนรู้ที่จะแสดงความรักของเธอที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย” (จากหนังสือ หน้า 64)

ปิยนาถ ประยูร

จากจุลสารกล้าฝัน  คอลัมน์บนชั้นหนังสือ เขียนเมื่อปี 2544

ฉันแอบอ่านหนังสือเล่มนี้ในห้องประชุม  ขณะที่ผู้อภิปรายกำลังพูดถึงสิทธิชุมชน  ซึ่งเป็นสิทธิในการตัดสินใจจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรบนผืนแผ่นดินที่เขาอาศัยอยู่  สิทธิในการปกปักรักษาต้นไม้ทุกต้น  สายน้ำทุกสายและผู้คนทุกคนในชุมชนของเขา  ไม่ใช่ว่าเรื่องที่ได้ฟังจะน่าเบื่อ  แต่ฉันรู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องการละเมิดสิทธิของชุมชนเหล่านี้  ฉันจึงหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน  “เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข”   เขียนโดยท่าน  ติช นัท ฮันห์  แปลโดย ธีรเดช  อุทัยวิทยารัตน์  เป็นหนึ่งในชุดหนังสือสื่อความคิดของสำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง  เป็นหนังสือเล่มเล็ก  ที่ทำให้เรามองสิ่งต่างๆ  ด้วยสติมากขึ้น

ฉันรับรู้เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ ครั้งที่สอง ก่อนที่จะตัดสินใจมอบให้เป็นของขวัญวันแต่งงานของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง  และครั้งนี้ก็มีเพื่อนคนหนึ่งอ่านให้ฟัง  ด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง พร้อมบรรยากาศใต้ร่มไม้ใหญ่  เมื่อครั้งที่ฉันอ่านเองนั้นอาจไม่สามารถคิดตามหรือจินตนาการได้เท่าครั้งนี้  การฟังจึงทำให้ถ้อยคำเหล่านั้นซึมซาบเข้ามาสู่เราในอีกรูปแบบหนึ่ง  เมื่อถึงตอนใดที่ทำให้เราคิดถึงบทเพลงบางเพลง  เราก็จะร่วมกันขับขาน  บางเพลงก็เป็นเพลงที่พวกเราเคยช่วยกันแต่งให้เด็กๆ ร้อง  ทำให้เราได้ค้นพบการรดน้ำเมล็ดพันธ์แห่งความสุขของเราอีกวิธีหนึ่ง

ฉันอยากให้ใครต่อใครได้อ่านหนังสือเล่มนี้  เพื่อที่เขาจะได้รู้จักวิธีเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความสุข  รดน้ำดูแลให้เติบโตแข็งแรงในจิตสำนึก  อย่างที่ ท่าน ติช นัท ฮันท์ กล่าวว่า

“ จิตสำนึกก็เหมือนกับทุ่งนา หรือผืนดินที่เมล็ดพันธุ์ทุกๆ ชนิด จะถูกหว่านลงไปได้  เช่น เมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์ทรมาน ความสุข ความสดชื่นรื่นเริง ความเศร้าโศกเสียใจ ความหวาดกลัว ความโกรธ และความหวัง  ส่วน จิตใต้สำนึกนั้นถูกเปรียบเป็นห้องเก็บของซึ่งเต็มไปด้วยเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ของเรา เมื่อใดที่เมล็ดพันธุ์อย่างหนึ่งมาปรากฏขึ้นในจิตสำนึกของเรา  มันจะกลับไปยังห้องเก็บของอย่างมั่นคงแข็งแรงขึ้นเสมอ คุณภาพของเรานั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ในจิตใต้สำนึกของเรา” (จากหนังสือ หน้า 14)

ในแต่ละวันนั้นหากเรารดน้ำเมล็ดพันธุ์ชนิดใด  เมล็ดพันธุ์นั้นก็จะแข็งแรง  หากเราโศกเศร้า เสียใจ โกรธ บ่อยๆ  เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นก็จะแข็งแรงขึ้น และเมล็ดพันธุ์แห่งความสดชื่น ความสุข ก็จะแคระเกร็นลง  แต่หากมีสติ  ทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น  ใช้ความเอาใจใส่ ความกรุณา ความเป็นอิสระมารักษาเยียวยา เราก็จะได้รับความสดชื่นอีกอย่างหนึ่ง  ในหนังสือนั้นบอกว่า ไม่ใช่ว่าเราจะลืมความทุกข์ หรือละทิ้งปัญหา  แต่หากเรามีสติและเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลง ลงมือแก้ปัญหา  ใช้ความรัก ความอ่อนโยนละมุนละไม  ความทุกข์ทรมานที่เคยมีก็จะลดลง  จนกระทั่งเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขของเราก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้น

“การเจริญสตินั้น คือการฝึกฝนความรักนั่นเอง  เพื่อที่จะปลุกสติสำหรับคนที่กำลังจะใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น”   (จากหนังสือ หน้า 36 ) การรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขจึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติต่อตัวเอง  แต่เป็นการปฏิบัติต่อคนอื่นด้วย

“เพื่อที่จะรักอย่างเหมาะสม  เธอต้องมีความเข้าใจ  ความเข้าใจหมายถึงการมองเข้าไปในส่วนลึกของความมืดมน  ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของอีกฝ่ายหนึ่ง  ถ้าเธอมองไม่เห็นสิ่งเหล่านี้  ยิ่งเธอทำอะไรให้เขามากเท่าไหร่  เขาจะยิ่งทุกข์ทรมานมากขึ้นเท่านั้น  การสร้างสรรค์ความสุขนั้นจึงเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง” (จากหนังสือหน้า 62 )

การรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขให้ทั้งกับตนเองและผู้อื่นจึงต้องทำด้วยความมีสติ ด้วยความจริงใจ  ฉันคิดว่าเมื่อไหร่ที่เราเสแสร้งเพื่อที่จะทำให้คนอื่นรู้สึกดีนั้น  ทั้งตัวเราเองและคนที่เราอยากให้เขาได้รับความสุขอาจทุกข์ทรมานเช่นเดียวกัน  เพราะฉะนั้นการใช้สติ  และทำสิ่งดีดีต่อกันด้วยความรัก ความเข้าใจ ความปรารถนาดีอย่างจริงใจ  จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน  ถ้าเรามองเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรโน้มนำมาสู่ชีวิตจริงๆ เราก็ต้องให้เวลาในการทำความเข้าใจ

“ เมื่อเธอตกหลุมรักครั้งแรก  และรู้สึกชื่นชอบใครคนหนึ่งมาก ๆ นั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง ความรักที่แท้จริงหมายถึง  ความรัก ความเมตตา และความกรุณา  เป็นความรักที่ปราศจากเงื่อนไขใดๆ …การทำให้คนๆ หนึ่งมีความสุขเท่ากับเธอได้เรียนรู้ที่จะแสดงความรักของเธอที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย” (จากหนังสือ หน้า 64)

การที่จะสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในใจของเราเอง  คนที่เรารักและชุมชนของเรา  จึงเป็นการทำให้คนรอบๆ ข้างเราพัฒนาขึ้นมาด้วย  เหมือนกับความสุขที่เกิดขึ้นในใจฉัน เมื่อได้บอกเล่าสิ่งดีๆ ให้หลายๆ คนได้รับรู้  ความสุขเล็กๆ ของฉันก็จะได้ขยายกว้างขึ้น  เป็นการช่วยรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขของทุกๆ คนได้เติบโต แข็งแรง  และความสุขของฉันก็แข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน

 

เมล็ดพันธุ์แห่งความสุข

ติช นัท ฮันห์  เขียน

ธีรเดช  อุทัยวิทยารัตน์  แปล

สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง  จัดพิมพ์

64  หน้า  ราคา  25 บาท

 

Advertisements
This entry was posted in ล้อมวงอ่าน, Uncategorized and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s