องค์กรมีชีวิตด้วยเรื่องเล่า

อีกหนึ่ง…องค์กรเล็กๆที่หัวใจไม่เล็ก..สถาบันอาศรมศิลป์

ภาพและบันทึกการนำความรู้หลังจากการอบรมครั้งที่ ๒ โดย น.ส.กาญจนาถ อุดมสุข

LrMobile2204-2016-10115122540550127จากที่ “ตัวฉัน” นำพาความรู้จากการอบรมเรื่อง การคิดกระบวนระบบ กลับไปใช้กับสถาบันฯ หวังหอบประสบการณ์ที่เจอมากับตัวไปถ่ายทอดกับกลุ่มเพื่อนน้องพี่ที่ทำงานด้วยไฟอันเต็มเปี่ยม

เป็นจังหวะดีที่สัปดาห์นั้น อาศรมฯกำลัง เลือกหากิจกรรมสำหรับกลุ่มพนักงานสำหรับวงสนทนา ชื่อว่า “Meta-skill staff” ที่จัดขึ้นในวันศุกร์อยู่พอดี  โดยทุกทีจะเป็นการเวียนกันนำกิจกรรม โดยสุ่มเลือกและความสมัครใจ

ในครั้งนี้ ฉันจึงอาสาเอง และบอกเป้าหมายว่าต้องการถ่ายทอดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปอบรมภายนอกมาสู่เพื่อน โดยฉันซุ่มออกแบบกิจกรรมที่จะช่วยให้คนมีระบบคิดที่กว้างขึ้น เพื่อให้ทุกคนรู้จักสถาบันฯ มากขึ้นผ่านมุมมองของเพื่อนร่วมงาน ตั้งแต่แม่บ้าน บัญชี เจ้าหน้าที่ ช่าง หัวหน้า ลูกน้อง ปะปนกัน และเลือกใช้เครื่องมือลัด ในเรียนรู้ คือ ฟลิปชาร์ตที่ทีมช่วยกันเขียน Timeline ในการอบรม มาติดไว้บนกระดานเพื่อเรียนรู้ร่วมด้วย พร้อมตั้งชื่อกิจกรรมว่า “เส้นเวลา (Time line)กับการโคจรมาของชาวอาศรมฯ”

ยกเหตุการณ์สำคัญบางช่วงของชีวิต  (ทั้งที่เกี่ยวข้องกับอาศรมฯและชีวิตของตนเอง)

ช่วง 3 ปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันกำลัง……………………   (ราวปี 56-59)

ช่วง 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันกำลัง……………………..  (ราวปี 51-55)

ช่วง 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นฉันกำลัง……………………..(ราวก่อนปี 49-50)

เล่าสั้นๆว่า  : ฉันกำลังทำ(การงาน)อะไร ที่ไหน (ทำงานอาศรมฯรึยัง)

เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง  เรารู้สึกอย่างไรบ้าง)

 

พอวันจริง (๒๗ พค.๕๙) หลังจากเกริ่นจุดประสงค์ของกิจกรรมแล้ว ฉันจึงเริ่มให้ทุกคน  (ราว ๓๑ คน) ทบทวนว่า เราเป็นอะไรมาก่อนที่จะมาอยู่ที่อาศรมฯ อาศรมฯเป็นอย่างไรก่อนที่เราเข้ามาทำงาน  แล้ว “โลกของเรา” กับ “โลกของอาศรมฯ” สัมพันธ์กันอย่างไร โดยทุกคนจะต้องไปยืนตรง “เส้นเวลา” บนพื้นที่ฉันขีดไว้ริมห้องไปจนสุดห้อง มีเส้นเล็กๆขั้นแต่ละช่วง พ.ศ เหมือนก้างปลา ที่แต่ละคนต้องยืนให้ตรงกับพศ. ที่ตนเองเข้ามาทำงานครั้งแรก (สถาบันอาศรมศิลป์ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐เส้นจึงยาวตั้งแต่ปี ๔๐จนถึงปีปัจจุบัน)  พร้อมนำกระดาษรูปคน เขียนชื่อ ที่มีการตอบคำถาม ๓ ข้อ ดังนี้

 

จากนั้นจับคู่คนที่มาทำงานใหม่ที่สุดกับคนเก่าที่สุด คุยกันในหัวข้อข้างต้น ๓ นาทีจึงมานั่งล้อมวง (นั่งพื้น) แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มใหญ่

20160715_105451ผลจากกิจกรรม  คนส่วนใหญ่ต่างเล่าเรื่องอย่างมีชีวิตชีวา บางคนบอกว่า ตอนพี่คนนั้นทำงานที่นี่ หนูยังแต่งชุดนักศึกษาไปเรียนบ้าง บางคนพึ่งพบรัก แต่งงาน เรียน มีลูก หรือประสบการณ์ทำงานในที่ต่างๆ  ส่วนคนที่อยู่มานานก็บอกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนทำงานกับอาศรมศิลป์แต่ละช่วง เช่น ตอนเลือกทำเลตั้งสถาบันฯอาศรมศิลป์ครั้งแรก โดยนักการศึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิหัวก้าวหน้าที่ต้องการให้เกิดมหาวิทยาลัยเพื่อสังคมขึ้น

ช่วงวิกฤตน้ำท่วม ที่อาศรมฯจัดตั้งครัวชุมชนขึ้น โดยใช้พื้นที่อาศรมฯและโรงเรียนรุ่งอรุณเป็นแหล่งผลิตอาหารให้ผู้ประสบภัยในที่ต่างๆ และดึงจิตอาสามาช่วยส่งข้าวส่งน้ำในพื้นที่   ขณะเดียวกับพนักงานอาศรมฯต้องช่วยตัวเอง ช่วยองค์กรโดยระดมคนขนย้ายข้าวของสำนักงานหรือหนังสือห้องสมุดไม่ให้เสียหาย โดยสถาบันฯจัดบ้านเช่าให้อยู่ที่อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

ช่วงการเปิดหลักสูตรศึกษาศาสตร์ที่มุ่งจะพัฒนาครูโรงเรียนรุ่งอรุณให้เติบโตทางวิชาการ โดยครูไม่ต้องขาดการดูแลเด็กในชั้นเรียนสามารถเดินมาเรียนในสถาบันฯ ที่รั้วติดกัน  การพัฒนาสถาปนิกแนวเดิม ให้กลายเป็นสถาปนิกแนวใหม่ที่ทำงานเพื่อชุมชน โดยสร้างสังคมไปด้วยผ่านการกระบวนการมีส่วนร่วมให้ตอบโจทย์ความต้องการและปัญหาของพื้นที่เป็นหลัก ช่วงชุมนุมรัฐประหารที่ทุกคนต้องมาช่วยกันทำกับข้าวเป็นร้อยกล่องเพื่อช่วยเหลือผู้ชุมนุม การนำทีม FA ไปตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อช่วยรับฟังปัญหาของครูและหาแนวทางแก้ไขในระดับนโยบายช่วงปฏิรูปการศึกษา ฯลฯ

นอกจากนั้นจะเป็นบรรยากาศเรื่องการทำงานในแต่ละยุคสมัย ซึ่งตลอดกิจกรรมฉันจะคอยเสริมด้วยการชี้ Timeline บนกระดาน ตั้งคำถาม และให้ข้อมูลประกอบเพื่อเพิ่มความเข้าใจเป็นระยะ

พอถึงช่วยสะท้อนความรู้สึกหลังกิจกรรม  ภาพรวมส่วนใหญ่ชอบกิจกรรมนี้ สนุกสนานกับสถานการณ์ของเพื่อนและขององค์กรคละเคล้ากันไป  อาทิ

“เป็นเวลาสั้นๆที่ได้ประโยชน์มหาศาล”

“ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ อาศรมเราเคยเป็นแบบนี้ ทำอย่างนี้ด้วยเหรอ”

“ได้รู้จักชีวิตเพื่อนมากขึ้น”

“สนุกนะ ได้รู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้”

“เราได้ทบทวนชีวิตตัวเอง และได้รู้จักอาศรมในมุมใหม่ๆ”

“ความเป็นอาศรมศิลป์ทำงานเกี่ยวกับเรื่องสังคมมาตลอดเลยนะ”

“พึ่งรู้ว่า สถาบันฯพึ่งเริ่มก่อตั้งและเบ่งบานจากโรงเรียนรุ่งอรุณมาก่อน

“ฯลฯ”

ส่วนตัวฉัน สรุปการเรียนรู้ของตัวเองว่า กิจกรรมนี้ มีความพอดี ไม่มุ่งหวังให้ข้อมูลสถาบันฯ เยอะเกินไป ซึ่งใช้การสลับกับการรับรู้ข้อมูลส่วนตัวของเพื่อนพี่น้อง ที่สร้างความสนุกสนานและเรียนรู้พวกเขาในมุมที่ไม่ค่อยได้รู้จัก สามารถสร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเห็นภาพชีวิตตนเองคู่ไปกับภาพองค์กรให้ห้วงเวลาเดียวกัน โดยระหว่างที่แต่ละคนออกมาเล่า มันช่วยฉายภาพให้คนที่เข้ามาใหม่ได้รู้จักที่มาที่ไปของสถาบันฯ และ รู้สึกถึงวิถีความเป็นองค์กรนี้ตั้งแต่รากในยุคแรกๆ

ส่วนคนเก่าก็สามารถประติดประต่อเรื่องราวภาพเติบโตขององค์กรได้ชัดขึ้น โดยข้อสรุปเหล่านี้เกิดจากการถามหลายๆคน และพี่คนที่พึ่งเข้ามา ๑ สัปดาห์ก็รู้สึกว่าได้ประโยชน์อย่างยิ่งที่มากกว่าการปฐมนิเทศหรือนั่งอ่านประวัติองค์กร

และหากประมวลเข้ากับทฤษฎีที่เรียน คิดว่ากิจกรรมนี้  ช่วยให้เกิดการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับเหตุการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในอาศรมตลอด ๑๐ ปี เห็นที่มาที่ไป ความเชื่อและจุดยืนขององค์กร ซึ่งพร้อมเผชิญหน้ากับวิกฤตของสังคม โดยเสนอตัวเองออกมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไข และลงมือช่วยเหลือคนในสังคมในทุกเหตุการณ์อย่างไม่ลังเล โดยจัดสรรให้พนักงานมีส่วนร่วมเป็นเบื้องหลังเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะตัวฉัน เห็นความสำคัญของผู้นำทัพกับอุดมการณ์ความมุ่งมั่นเหล่านี้ ฉันเองได้ร่วมกิจกรรม ก็ยิ่งเห็นถึงความกล้าหาญในการลงมือทำของอาจารย์ รศ.ประภาภัทร นิยม และอาจารย์   ธีรพล นิยม บุคคลที่ยืนเคียงข้างสังคม และอาจารย์อาวุโสรุ่นใหญ่ซึ่งเป็นกรรมการสภาฯ อาทิ ศาสตราจารย์ระพี สาคริก เป็นต้น ซึ่งฉันอยากตั้งชื่อองค์กรนี้ว่า “อีกหนึ่ง..องค์กรเล็กๆที่หัวใจไม่เล็ก..สถาบันอาศรมศิลป์”

Advertisements
This entry was posted in บันทึกการเรียนรู้ และการนำไปใช้ and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s