ฟื้นคืนความศักดิ์สิทธิ์ให้ชีวิตและงาน

“หลังจากเสร็จจากเวทีครั้งที่ 1 พวกเรารู้สึกได้รับพลังและมีความหวังกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรของตนเอง เราคุยกันถึงการสร้างการประชุมให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะทำให้ทุกคนอยู่กับกระบวนการประชุมและเห็นภาพรวมของการขับเคลื่อนงานไปด้วยกัน ท่ามกลางทีมใหญ่ที่มีระดับความรู้ความเข้าใจที่แตกต่าง…”

หลังการอบรมภาวะผู้นำเรียนรู้รวมหมู่ วิชาแรกของหลักสูตรภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ ทีมต้ิดตามสนับสนุนส่งชุดคำถามติดตามเพื่อให้ทุกคนและทุกทีมได้ทบทวนสาระ กระบวนการ ทักษะ ความรู้ในการอบรม และดูว่า ได้นำเอาสิ่งเหล่านี้ไปปฏิบัติในพื้นที่ชีวิตได้หรือไม่ ผลเป็นอย่างไร เราพบว่า ข้อเขียน (การบ้าน) ที่แต่ละคนส่งมานั้นมีคุณค่าความหมายกับการเรียนรู้ของโครงการ และคิดว่า จะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ในทีมองค์กรต่างๆ ด้วย

13323212_1002127229910024_6071485403603117754_oคุณสุมาลี โตกทอง มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง เขียนเล่าการนำเอาความรู้ กระบวนการ ทักษะ และสิ่งที่เธอได้รับจากการอบรมภาวะผู้นำเรียนรู้รวมหมู่ไปทดลองปฏิบัติในพื้นที่ชีวิตและงาน

“หลังจากเสร็จจากเวทีครั้งที่ 1 พวกเรารู้สึกได้รับพลังและมีความหวังกับการสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กรของตนเอง เราคุยกันถึงการสร้างการประชุมให้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่จะทำให้ทุกคนอยู่กับกระบวนการประชุมและเห็นภาพรวมของการขับเคลื่อนงานไปด้วยกัน ท่ามกลางทีมใหญ่ที่มีระดับความรู้ความเข้าใจที่แตกต่าง (แม่บ้าน ธุรการ การเงิน ทีมสื่อ ทีมพื้นที่ ทีมนโยบาย) มีระดับประสบการณ์การทำงาน และวัยที่แตกต่างกัน โดยส่วนตัวรู้สึกดีใจมากที่เรามีหัวหน้าสำนักงานมาอยู่ในทีมการเรียนรู้ขององค์กร และรู้สึกว่า เราเริ่มพูดในภาษาที่เข้าใจกันได้มากขึ้น

สิ่งที่คุยกันในที่ประชุมหลังการอบรมก่อนกลับบ้านคือ ต้องการทำให้ทีมทำงานทุกคนได้เห็นและเข้าใจเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนงาน เนื่องจากองค์กรมีทั้งคนเก่าและคนใหม่ คนที่มีประสบการณ์การทำงานทางสังคม กับคนที่ไม่มีพื้นฐานเหล่านี้มาและกลุ่มอายุที่แตกต่างกันไป เชื่อว่า คนในองค์กรมีศักยภาพ หากแต่เรายังไม่ได้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายงานกับเป้าหมายในชีวิตร่วมกัน เพื่อทำให้การใช้ชีวิตและการงานเกิดความสมดุล ความสัมพันธ์ภายในทีมที่สมดุล ข้อนี้มองว่าเป็นภาพใหญ่ของการมององค์กรร่วมกัน

รูปธรรมเพิ่งเกิดไม่นานมานี้ เรามี Workshop ของทีมงานเอง เป็นกิจกรรมศิลปะบำบัด แต่เป็นกระบวนการเพื่อให้ทุกคนได้สะท้อนตัวตนของตนเอง และคลี่คลายบางอย่างในใจผ่านกิจกรรมและศิลปะ ถือเป็นก้าวแรกที่ดี และเชื่อว่า น่าจะค่อยๆ ปรับฐานความเข้าใจ/รู้จักกันของคนในทีมให้มีฐานบางอย่างใกล้กันมากขึ้นได้

ในระดับย่อยของตนเอง ตั้งใจจะทำให้การประชุมทีมย่อยซึ่งเป็นวงเล็กๆ เป็นการประชุมที่จะสร้างพลังให้ทุกคนเพื่อจะกลับไปทำงานอย่างมีความสุข ตั้งหลักว่า จะทำให้การประชุมทีมย่อยของตน เป็นการประชุมที่ศักดิ์สิทธิ์ คือ เมื่อประชุมเสร็จ ทุกคนเห็นเป้าหมายและมีพลังไปทำงานต่อ รวมทั้ง ทุกคนต่างมีส่วนร่วมกันคิด และออกแบบ/แบ่งงาน ต่างเห็นความสำคัญของการแบ่งเบาภาระกันและกัน ไม่มุ่งเฉพาะงานเฉพาะหน้า เพราะงานทุกงานที่แต่ละคนรับผิดชอบล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กันทั้งหมด  ซึ่งการประชุมให้มันออกมาแบบนั้น คนนำต้องตั้งอาศัยการให้เวลากับการใคร่ครวญงาน และวางแผนการนำสนทนา และการจัดการสภาวะใจตนเอง ต้องเปิดกว้าง ว่าง และสงบพอที่จะเผชิญ

หลายเหตุ/ปัจจัยที่ทำให้ดีขึ้น (1) คนที่ไปร่วมเรียนรู้กระบวนการมาด้วยกัน มีส่วนสำคัญมากที่จะช่วยกันสร้างบรรยากาศให้ศักดิ์สิทธิ์ โอบอุ้มกลุ่มให้เป็นในทิศทางเดียวกัน  (2) สภาวะใจของคนนำ ที่ต้องวางและทำให้ว่างพอ (3) เรื่องของการใคร่ครวญ เพื่อลำดับเนื้อหา ทิศทางที่ต้องการให้ไปถึง (ต้องให้เวลากับการทำการบ้านก่อนการประชุม) ซึ่งเป็นข้อท้าทายของคนที่ถนัดทำงานคลุกฝุ่น และอยู่กับหน้างาน ที่ต้องถอยและหยุดมาตั้งหลัก เพราะที่ผ่านมามัก วันประชุมอยู่กับความกังวล สิ่งที่ยังไม่ถึง/ไม่เสร็จทำให้สภาวะใจไม่พร้อม และจะเป็นมากในการประชุมทีมใหญ่ เพราะกังวลต่อความผิดพลาดมากกว่าผลงาน ทำให้การประชุม นำให้ขาดความน่าเชื่อถือ และไม่สร้างพลังศรัทธาต่อกลุ่ม

เป้าหมายของตนเองที่สำคัญ: การทำงานกับตัวเอง เพราะงานไม่มีวันเสร็จ ดังนั้น ต้องเผชิญกับความกลัว การถูกตำหนิ และการไม่ยอมรับจากทีม (ไม่สามารถทำได้ตามความคาดหวัง) การสร้างสภาวะจิตให้เข้มแข็ง จิตนิ่ง ว่าง จะทำให้เห็นทุกอย่างที่เป็นจริงมากขึ้น ซึ่งจะเชื่อมโยงมากับเมื่อใคร่ครวญมากขึ้น จิตจะนิ่งไม่ทำงานไปพร้อมกับความกังวลซึ่งทำให้ไม่เสร็จสักงาน แล้วมันก็จะส่งผลกับบุคลิกไม่มั่นใจ และส่งผลต่อความรู้สึกในกลุ่ม

อีกส่วนที่ตัวเองคิดว่า ชัดขึ้นคือ การสนใจและตระหนักกับประเด็นทางสังคมอื่นๆ แต่ก็ยังไม่สามารถจัดสรรเวลาเพื่อไปรู้จักและมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหว ซึ่งคิดว่า จะค่อยๆ ขยับตรงนี้ให้มากขึ้น เพราะจะมีประโยชน์ต่อมุมมองของเราที่มีต่อโลก ต่อสังคม และเข้าใจเพื่อนร่วมทางสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้มากขึ้น รวมทั้งโอกาสให้เพื่อนเข้าใจประเด็นของเราได้ด้วย

 

Advertisements
This entry was posted in บันทึกการเรียนรู้ และการนำไปใช้, Uncategorized and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s