ส่งการบ้าน

13072716_976210912501656_7121536485903789386_oตั้งแต่จบจากการเป็นนักเรียนในระบบการศึกษาภาคบังคับ ก็ไม่ได้คิดถึงคำว่า “การบ้าน” อีกเลยในชีวิตนี้ จนกระทั่งเมื่อทำโครงการภาวะผู้นำองค์กรสมัยใหม่ คำว่า “การบ้าน” ก็หวนกลับมาอีกครั้งด้วยความหมายที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

“การเรียนรู้ในห้องอบรมเป็นเพียง 20-30 เปอร์เซ็นต์ของการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่แท้อยู่ในการงานและการใช้ชีวิตของเรา” อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์เน้นย้ำความหมายของการเรียนรู้

หลายครั้ง เราเข้ารับการอบรมต่างๆ รู้สึกดี มีพลัง ได้รับความรู้แล้วก็ผ่านไป หลายสิ่งหลายอย่างที่ดีๆ ที่เก็บเกี่ยวมานั้นไม่ได้นำมาฝึกฝนทดลองหว่านใช้ในชีวิตจริงของเรา เราเป็นนักเสพความรู้ แต่ไม่ได้ประโยชน์จากความรู้นั้นเท่าไร ด้วยเหตุนี้ ทางโครงการฯ จึงออกแบบระบบติดตามสนับสนุนการเรียนรู้ ด้วยความตั้งใจว่าจะช่วยรักษาพลังการเรียนรู้ให้นักเรียนรู้ทุกคน มุ่งมั่นทดลองนำทักษะความรู้ที่ได้รับไปทดลองปฏิบัติในชีวิตและงาน

เราแจกสมุดบันทึกเพื่อให้แต่ละคนบันทึกการเรียนรู้ในงานและชีวิต ความรู้ ข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวเอง ทีม งาน ฯลฯ และราว 1 เดือนหลังจากการอบรม “ทีมพี่เลี้ยงการเรียนรู้” จะส่งชุดคำถามเพื่อให้นักเรียนรู้ทุกคนได้ใคร่ครวญและเขียนเล่าสะท้อนเรื่องราวการนำความรู้ ทักษะไปใช้ในชีวิตและงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา

หลายคนบอกว่า “โหด แต่ ดี” หลายคนบอกว่า “หาเวลาเขียนไม่ได้” บ้างก็บอกว่า “ไม่รู้จะเขียนอะไร” ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไร การบ้านนี้ไม่ใช่การประเมินผลจากใคร ไม่มีคะแนนให้ ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป ถูกหรือผิด ไม่บังคับแต่เชิญชวนอย่างแข็งขัน เพราะผลคะแนนของการบ้านอยู่ในชีวิตของตัวผู้เรียนเอง

ทำไม เราจึงติดตามด้วยคำถามและให้ทุกคนเขียนตอบกลับมา

นักทำงานภาคสังคมหลายคนทำงานเป็นหนูถีบจักร คลุกงานที่ทำจนฝุ่นตลบ มักไม่ค่อยได้ถอยออกมามองเรื่องราวต่างๆ มองตนเองในงาน มองตนเองในปฏิสัมพันธ์กับทีมงานและเครือข่าย การที่ไม่ค่อยได้หยุด ทบทวนตัวเองและสิ่งที่ทำ ทำให้เราเหนื่อยล้า หมดพลังและไม่เห็นจุดที่เราน่าจะปรับแผนการทำงาน หรือจุดที่ต้องทบทวน

ดังนั้น คำถามที่เป็นเหมือนการบ้านนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้วางภารกิจที่วุ่นวายตรงหน้า แล้วใช้เวลาสงบ มีสติ สมาธิกับตัวเอง

“ชุดคำถาม” ทำหน้าที่เสมือนแว่นขยาย ที่จะช่วยให้ทุกคนใช้ส่องเข้าไปพินิจพิจารณาตนเอง ประสบการณ์การเรียนรู้ การทำงานและการใช้ชีวิตของตน คำถามจะชวนให้ทุกคนหยุด กลับมาอยู่กับตัวเอง ทบทวนความรู้ ทักษะที่ได้อบรมผ่านมาแล้ว และใคร่ครวญตัวเองถึงการนำความรู้ทักษะไปใช้ กลั่นความรู้ ประสบการณ์นั้นๆ ออกมา แล้วถ่ายทอด (advocacy) ออกมาผ่านการเขียน

 

คำถามและการเขียนในหัวใจนักปราชญ์

การเขียน (บันทึก) เป็นกระบวนการหนึ่งที่มีความสำคัญกับการเรียนรู้ เราคงเคยได้ยินหัวใจนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ (สุตะ คือ การอ่านการฟัง การรับรู้ข้อมูลความรู้จากประสาทสัมผัสต่างๆ, จิ คือ จิตตะ ใส่ใจ มีสติ สมาธิ, ปุ คือ ปุจฉา คือ ตั้งคำถามด้วยความกระหายใคร่รู้, และ ลิ คือ ลิขิต คือการจดบันทึก) ทักษะสู่หัวใจนักปราชญ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่อาจารย์ชัยวัฒน์ให้ทุกคนได้ฝึกฝนตลอดเวลาในทุกการอบรม

  • สุตะ — ในการอบรม เราฟังวิทยากร ฟังเพื่อนๆ สนทนา ร่วมเรียนรู้กันผ่านกิจกรรมต่างๆ เราถูกขอให้อ่านเอกสารประกอบและหนังสือแนะนำต่างๆ
  • จิตตะ — ทุกเช้าก่อนเข้ากระบวนการเรียนรู้ วิทยากรให้เราเจริญสติ ตั้งมั่นเตรียมพร้อมสู่การเรียนรู้ และในระหว่างการอบรมและสนทนา อาจารย์ก็ให้เรามีกระบวนการ 30 วินาที ที่ให้เราหยุดจิตที่คิดฟุ้งวุ่นวายบ้าง นำใจกลับมาจดจ่อและใส่ใจกับสิ่งที่จะพูด และรับฟังให้ลึกซึ้งขึ้น
  • ปุจฉา – อาจารย์ชวนเราใคร่ครวญเรื่องราวต่างๆ ด้วยคำถามดีๆ คำถามสืบค้นที่มักพาให้เรากลับเข้ามาสำรวจตัวเองจากภายใน คิดทบทวน และชวนให้เราฝึกฝนการตั้งคำถามคมๆ ด้วย
  • ลิขิต — อาจารย์ให้เราจดบันทึกข้อคิดที่ได้หลังจากสนทนาในกลุ่มหรือหลังจากทำกิจกรรมแล้ว นอกจากนั้น ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ทีมติดตามสนับสนุนการเรียนรู้ยังมีคำถามให้ทุกคนได้กลั่นความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรม และเขียนออกมาในกระดาษ เป็นคำถามที่ชวนให้ทบทวนความเข้าใจและคำถามที่ชวนให้ย้อนมองตนว่าได้เรียนรู้อะไรบ้างและเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรในตนเองหรือไม่

 

ดอกผลของการทำการบ้าน

การเขียนงานแต่ละชิ้น แท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งในการทบทวนตัวเองของทุกๆ คน เป็นเอกสารการถอดบทเรียนของตัวเราเอง สิ่งที่ผู้เข้าอบรมทุกคนเขียนนั้นเป็นความรู้จากการปฏิบัติ (tacit knowledge) ที่กลั่นกรองออกมาเป็นความรู้ที่สามารถถ่ายทอด (explicit knowledge) ต่อยอดการเรียนรู้ต่อไปได้และช่วยย้ำความเข้าใจในความรู้ให้ชัดเจนและหนักแน่นขึ้น เราหวังว่า หลังจากที่เราทุกคนเขียนงานออกมาแล้ว จะได้ข้อค้นพบบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับตัวเอง ทีมงานและงานของเรา

สำหรับวิทยากรและทีมพี่เลี้ยงติดตามสนับสนุนการเรียนรู้ ประสบการณ์ของทุกคนที่เขียนเล่าการเรียนรู้และการใช้ความรู้นั้นช่วยเราต่อยอดความเข้าใจเดิม เห็นโอกาสของความรู้ที่แต่ละคนปรับใช้ในสไตล์ที่ต่างๆ กันไป และเราจะนำประสบการณ์การนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ในงานและชีวิตของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนให้ได้เรียนรู้ร่วมกันด้วย

Advertisements
This entry was posted in Uncategorized and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s