พลัง

 

flikr cloud

ขอบคุณภาพจาก http://www.imcreator.com

Systems thinking is relationship of forces. การคิดกระบวนนระบบคือการคิดจากการเห็นสิ่งต่างๆ ปฏิสัมพันธ์กัน “กำลัง” กระทำกับ “กำลัง” และกำลัง/พลังต่างๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง ตายตัว แต่พลังนั้นมีขึ้น-ลง ลด-เพิ่ม เปลี่ยนแปลงได้ ตามเหตุและปัจจัย

เมื่ออาจารย์ชัยวัฒน์ชวนคิดเรื่อง “กำลัง” (พลัง) เราก็นึกถึงคำพูด “May the Force be with you.” ของมาสเตอร์โยดา แห่ง Star Wars “กำลัง/พลังของเหล่าเจไดคืออะไร อยู่ตรงไหน พวกเขามีพลังได้อย่างไร เขาเอากำลังไปใช้เพื่ออะไร” สาวก Star Wars อย่างเราแอบคิด

 

“เราคิดว่าอะไรเป็นกำลังบ้าง” อาจารย์ชัยวัฒน์ให้โจทย์กับผู้เข้าอบรมการคิดกระบวนระบบ ช่วงวันที่ 14-16 กค.

ผู้เข้าอบรมในแต่ละกลุ่มระดมความเห็น “กำลัง” มีตั้งแต่ธรรมชาติทั้งหลาย สายน้ำ แสงแดด อากาศ/ ร่างกายเป็นกำลัง จิตใจ อารมณ์ความรู้สึก ทีม องค์กร ความคิด ความรู้ ฯลฯ เมื่อเห็นภาพ “กำลัง” ทำให้เห็นว่า กำลังมีอยู่ในตัวเรา กายของเราเป็นกำลัง อารมณ์ความรู้สึกก็เป็นกำลัง ความคิด ความรู้ ทักษะความสามารถ, มองออกไปนอกตัว ครอบครัว เพื่อน ทีม องค์กร ชุมชน สถาบัน ทฤษฎีความรู้ แผ่นดิน ธรรมชาติ อากาศ ต้นไม้ สื่อ เทคโนโลยี ฯลฯ ทุกสิ่งเป็นกำลัง/พลัง

เราย้อนกลับมาถามตัวเองว่า เราเคยคิดหรือมองตัวเองและสรรพสิ่งเป็น “กำลัง” หรือไม่ และเมื่อเราเห็นว่าทุกสิ่งเป็นกำลัง เราจะดูแลกำลังต่างๆ อย่างไร ใช้กำลังทั้งในตนและภายนอกรอบตัวอย่างไร และเพื่ออะไร เราจะฝึกฝนบ่มเพาะให้”กำลัง” เติบโตและสถิตย์อยู่กับเราได้อย่างไร ตามคำที่โยดาบอกว่า “ขอให้พลังสถิตย์อยู่กับท่าน” (May the Force be with you.)
คิดกระบวนระบบ พลังผู้เข้าอบรมรุ่นสาวคนหนึ่งสะท้อนข้อคิดจากการครุ่นคิดเรื่องนี้ว่า “เพื่อนคนหนึ่งในวงสนทนาพูดว่า ครอบครัวเป็นกำลัง ทำให้เราฉุกคิดว่า จริงด้วย หากไม่มีพ่อแม่ พี่น้อง ญาติ เราก็คงไม่มีกำลัง/พลังอย่างที่เป็นอยู่ แล้วก็ย้อนถามตัวเองต่อว่า แล้วเราดูแลแหล่งพลังของเราเพียงพอหรือไม่”

ทำไมอาจารย์ชัยวัฒน์ให้คุยเรื่องกำลัง?

Systems thinking is relationship of forces. การคิดกระบวนนระบบคือการคิดจากการเห็นสิ่งต่างๆ ปฏิสัมพันธ์กัน “กำลัง” กระทำกับ “กำลัง” และกำลัง/พลังต่างๆ นั้นไม่ใช่สิ่งที่หยุดนิ่ง ตายตัว แต่พลังนั้นมีขึ้น-ลง ลด-เพิ่ม เปลี่ยนแปลงได้ ตามเหตุและปัจจัย ยกตัวอย่าง กำลังใจของนักกีฬาที่ฮึกเหิมเมื่อทำคะแนนได้ หรือเมื่อได้ยินเสียงกองเชียร์ แต่เมื่อคู่ต่อสู้ทำคะแนนได้ติดต่อกัน เสียงเชียร์ลดลง โค้ชดุ ก็อาจทำนักกีฬาเสียกำลังใจและมีผลต่อชัยชนะในเกมกีฬานั้นได้

จากการทำความเข้าใจเรื่อง “กำลัง” เราก็มาถึงโจทย์เรื่องความท้าทาย ซึ่งก็เป็นกำลังที่กระทำกับเราในรูปแบบ ลักษณะต่างๆ

  • ในการงานที่เราทำ อะไรเป็นความท้าทายบ้าง
  • เราเข้าใจ “ธรรมชาติ” (บุคลิก) ของความท้าทายที่เราหรือองค์กรของเราเผชิญอยู่หรือไม่ว่าเป็นอย่างไร มีกำลังเพียงใด
  • เรารู้สึกกับความท้าทายอย่างไร

หลายกลุ่มต่างคุยกันเรื่องความท้าทายต่างๆ บ้างก็พูดถึงความท้าทาย เช่น ระบบราชการ ระบบทุน บ้างก็เป็นความท้าทายภายในทีมงานเอง เป็นต้น และมีบางคนพูดในทำนองว่า “งานของเราไม่มีความท้าทาย” …..อึม….. น่าคิด เราทบทวนคำพูดนี้ว่าจริงหรือไม่ เป็นความจริงในระดับใด

ธุรกิจเพื่อสังคมในการทำเกษตรอินทรีย์ก็เกิดขึ้นเพื่อรับมือกับปัญหาการเกษตรเคมีที่สร้างผลกระทบทางสุขภาพ ฯลฯ

งานงดเหล้าเกิดขึ้นเพื่อทำงานกับผลกระทบและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการบริโภคสุรา

เครือข่ายธรรมภาคีเกิดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจในพุทธศาสนาและประสานความเข้าใจระหว่างศาสนา ตามปณิธานท่านอาจารย์พุทธทาส

ถ้าเช่นนี้ จะพอสรุปได้ไหมว่า ไม่มีงานใดที่ไม่เจอแรงเสียดทาน ไม่มีคู่ต่อสู้ ปัญหา อุปสรรค ความท้าทาย หรือแท้ที่จริง งานนั้นเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นจากปัญหา ประมาณ บัวเกิดจากตม คิดเล่นๆ ต่อไปว่า เมื่อใดเห็นปัญหา เมื่อนั้นมีงาน (ที่เราจะสร้างสรรค์ได้)

ในการทบทวนเรื่องความท้าทายในงานที่ทีมของเราเผชิญ จะดีไม่น้อยถ้าเราทบทวนเป้าหมายของงานนั้นๆ ไปด้วยว่า งาน โครงการ กิจกรรมนั้นๆ เราทำไปเพื่ออะไร อยากเห็นอะไรเกิดขึ้นจากการทำงาน และด้วยเป้าหมายของงานนี้ในใจ เราพิจารณาถึงความท้าทายต่างๆ ที่จะขวางภาพในฝัน/จินตนาการ/ความปรารถนาของเรา อาจจะมีความท้าทายตั้งแต่ในระดับภายใน เช่น ภายในทีมของเรา มีอะไรไหมที่เป็นปัญหา ที่สำคัญ ตัวเราเองเป็นความท้าทายในงานด้วยหรือไม่ ส่วนภายนอก มีอะไรบ้างที่เราต้องก้าวข้ามและเอาชนะให้ได้

หลายคนสำรวจคู่ต่อสู้หรือสิ่งที่เป็นความท้าทายของเรา เช่น กฏหมาย นักการเมืองท้องถิ่น ระบบทุนผูกขาด ฯลฯ แล้วกำลังแห่งความท้าทายมีพลังขนาดไหน มีรูปแบบ ลักษณะแบบแผน (pattern) ของกำลังเป็นอย่างไร ฯลฯ การทบทวนดูความท้าทายของเราและงาน ทำให้เรานึกย้อนมาดูตัวเราเอง เรามีกำลังอะไรบ้างที่จะรับมือกับกำลังของความท้าทาย สรรพกำลังในตน (ความรู้ ทักษะบางอย่าง ตำแหน่ง บุคลิกภาพ ปัญญาจิตวิญญาณฯลฯ) กำลังของทีมงาน กำลังของพันธมิตร กำลังของชุมชน กำลังธรรมชาติ ฯลฯ

การพิจารณาความท้าทายทำให้เรานึกถึงหลักการของ ซุนวู่ ที่ว่า “รู้เขา รู้เรา รู้ฟ้า รู้ดิน รบร้อยครั้งไม่เคยพ่าย”

ความท้าทายคือ “เขา” ที่เราต้องทำความเข้าใจ รู้จักกำลังของความท้าทาย รู้จักธรรมชาติ ลักษณะ รูปแบบ เมื่อเราเข้าใจความท้าทาย (และตระหนักถึงกำลังในตน) เราจะสามารถกำหนดกิจกรรมและสิ่งที่เราจะทำเพื่อรับมือกับความท้าทายได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างน้ำ ธรรมชาติของพลังของน้ำเป็นอย่างไร เมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของน้ำ เราจะรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับน้ำอย่างไร ถึงเวลาน้ำแรงน้ำหลาก เราจะปรับตัวอยู่กับพลังน้ำอย่างไร หรืออย่างพลังลม เมื่อเรารู้จักธรรมชาติของกำลังของลม เราก็ใช้พลังลมให้เป็นประโยชน์ ออกทะเล สร้างพลังงานไฟฟ้า เป็นต้น

พลังเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราต้องลึกซึ้งในการมอง ตั้งคำถาม ครุ่นคิดลึกๆ และเปิดใจให้สัมผัสกับพลังในชีวิตที่มีรอบตัว

เราทุกคนมีพลัง ลองสำรวจว่า เรามีพลังอะไรบ้าง แหล่งพลังของเราเชื่อมโยงกับอะไร และเราจะใช้พลังของเราอย่างไร เพื่ออะไร 

 

 

Advertisements
This entry was posted in ผลึกความเข้าใจจาการอบรม, Uncategorized and tagged , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s