ดวงตาใหม่ จากหลักสูตรคิดกระบวนระบบ

การคิดกระบวนระบบเป็นวิชาที่ยากและท้าทาย เนื่องจากเราต้องปรับเปลี่ยนสายตา ความรู้สึก และความคิดในการมองโลก จากที่มองโลกแบบแยกส่วน เราต้องฝึกมองเห็นความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งทั้งหลาย ที่เรามักพูดเสมอว่า “องค์รวม”

_DSC0404ในการอบรม อาจารย์ชัยวัฒน์ ถิระพันธุ์ พาเราฝึกทักษะการคิด การสนทนาและการมองอย่างเป็นองค์รวม ซึ่งทักษะพื้นฐานประการหนึ่งที่สำคัญ คือ การเห็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ด้วยตาเนื้อ แต่เห็นได้ด้วยตาใน (ใจ) — นั่นคือ สายใยที่เชื่อมโยงสรรพสิ่งต่าง ๆ ในความสัมพันธ์ ดังนั้น จิตที่ละเอียด สายตาที่เฝ้าสังเกตสิ่งต่าง ๆ และใจที่เปิดรับข้อมูลความคิด ความรู้สึกจากผู้คนที่หลากหลายแตกต่าง เป็นทั้งทักษะและอุปนิสัยสำคัญที่จะทำให้เราเข้าถึงวิชานี้ยิ่ง ๆ ขึ้น

แม้จะท้าทาย แต่ก็ไม่ยากเกินกว่าจะเรียนรู้ ในเวลาเพียง 4 วัน ความเข้าใจใหม่ การมองโลกด้วยสายตาใหม่ก็เกิดขึ้นได้ ดังที่ผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 1 ในโครงการพัฒนาภาวะผู้นำองค์กรเพื่อสังคมสุขภาวะและนักปฏิบัติการทางสังคมได้เขียนประเมินผลการเรียนรู้ของตัวเอง โดยตอบคำถามที่ว่า การอบรมหลักสูตรการคิดกระบวนระบบช่วยให้พวกเขามี “ดวงตาใหม่” หรือ ความเข้าใจอะไรใหม่ๆ บ้าง และดวงตาใหม่ที่เกิดขึ้นนี้มีผลต่อความรู้สึก ปฏิสัมพันธ์ที่มีต่อตัวเอง ทีมงาน องค์กรเครือข่าย งาน ฯลฯ อย่างไรบ้างหรือไม่

นี่คือผลึกความรู้สึก ความคิด ความเข้าใจบางส่วนจากผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 1 ต่อหลักสูตรคิดกระบวนระบบ 


_DSC0301

เสนีย์วรรณ์ เสนียุทธ์ (ยุ้ย)

เสนีย์วรรณ์ เสนียุทธ์ (ยุ้ย) จาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 9 นครราชสีมา “เราต่างกอดความคิดของตัวเอง” น่าจะเป็นคำอธิบายได้ดีที่สุดในเรื่องนี้  เพราะเราเชื่อว่าความคิดของตัวเองโดยลำพังนั้นถูกต้อง และทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างที่คิด โดยไม่เชื่อมโยงกับคนอื่นๆ ไม่เห็นความฉลาดของคนอื่น เห็นแต่ความโง่ของตัวเองและคิดว่ามันถูกต้อง

แต่ในการสนทนาและเชื่อมตัวเองเข้ากับคนอื่นๆ ทำให้ดวงตาที่เรามองเห็นในเรื่องนั้นเปลี่ยนไป จากเดิมที่เห็นเพียงแค่หัวช้าง เมื่อร่วมสนทนากับคนอื่นทำให้เราเห็นช้างทั้งตัว เพราะเรายืนอยู่ตรงหัวช้างเราเลยเห็นแค่นั้น ลืมไปว่า ตรงท้ายช้างมีอยู่อีกคน ด้านซ้าย ด้านขวา ก็มีอีกหลายๆ คน เราทุกคนต่างเห็นคนละด้าน จนกระทั่งมาเล่าสู่กันฟังผ่านการสนทนา เราถึงเห็นช้างทั้งตัวร่วมกัน

เช่นเดียวกับปัญหาขององค์กรที่เกิดขึ้น เรามองในมุมที่เรายืนอยู่ แต่คนอื่นๆ ก็มองจากมุมที่เขายืนอยู่เช่นกัน พอมาร่วมกันคิดและเปิดหัวใจให้กันบ้าง ทำให้เราเห็นปัญหาทั้งหมด และเกิดความรู้สึกดีๆ ร่วมกัน ที่สำคัญ ได้เห็นตัวเองขณะที่ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ได้ฝึกฝนความอดทนและควบคุมอารมณ์ ณ ขณะนั้น”


_DSC0021

ธวัลพร สิริวารินทร์ 

ธวัลพร สิริวารินทร์ จาก มูลนิธิพัฒนาเครือข่ายเอดส์

“ได้เข้าใจว่าแม้กระทั่งตัวเราเองยังเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อเราเข้าใจเช่นนั้นแล้วเราจะไม่อาจที่จะไปตัดสินหรือกล่าวโทษคนอื่นได้ เราต้องให้ความเคารพคนอื่นด้วยเช่นกัน

เดิมเมื่อก่อนจะมองแต่ว่าปัญหาอยู่ที่คนอื่น คนอื่นทำให้เกิดปัญหา ที่แท้จริงแล้วเราเองก็มีส่วนในปัญหานั้นเช่นกัน และอีกอย่างได้เข้าใจว่าโลกนี้โดยความจริงแล้วมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น ในบางครั้งถึงแม้จะเป็นปัญหาเดิมที่เคยเกิดขึ้นแล้ว เราจะใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเดิมๆ อาจจะไม่สามารถแก้ได้ ปัญหาบางปัญหาต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ถ้าเราผลีผลามเข้าไปแก้ปัญหาโดยที่เรายังไม่รู้ความเป็นจริงที่เกิดขึ้น สิ่งที่เราแก้ปัญหาในวันนี้อาจจะต้องเกิดปัญหาใหม่อีกในวันข้างหน้าก็ได้ โดยที่เราลืมนึกไปว่าปัญหานั้นอาจจะมีอะไรที่ซ่อนอยู่ก็เป็นได้  ดังนั้น เราจึงไม่ควรจะเร่งรีบแก้ปัญหาถ้าเรายังไม่เห็นความจริงให้ปรากฎชัดๆ

 


_DSC0036

วีรวัฒน์ วรายน 

วีรวัฒน์ วรายน (โก้) สถาบันอาศรมศิลป์

“ความรู้และทักษะที่เป็นประโยชน์ คือ การทำความเข้าใจสถานการณ์ และการคิดเชื่อมโยง มองหาเหตุผล วิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจในเชิงลึก โดยใช้ข้อมูลเชิงตัวเลข/สถิติ มาประกอบ ซึ่งความรู้และทักษะเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน เพราะทำให้เราอ่านสถานการณ์โดยรอบได้อย่างถูกต้องเป็นจริง และจะทำให้เราสามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด เกิดประสิทธิภาพสูง ซึ่งการทำงานสังคม ต้องอาศัย Impact แรง ๆ จึงจะขับเคลื่อนสังคมไปได้ การเข้าใจภาพรวม รายละเอียด ปัจจัย ที่ส่งผลต่อสถานการณ์ ทำให้เราอ่านเกมออก มองเห็น “จุดคานงัด”

ผมคิดว่า การที่ผมและทีมงานจะสามารถนำความรู้และทักษะนี้ไปใช้ได้ จำเป็นจะต้องมีการบันทึกความเป็นมาเป็นไป อดีตของเหตุการณ์ เพราะข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต่อการคิดเชื่อมโยง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญแต่มักเป็นเรื่องที่คนทำงานตกหล่น ไม่ค่อยให้ความสำคัญ มองข้ามไป โดยที่เรามักจะมองแต่การแก้ปัญหาทีละเปลาะตรงหน้าเท่านั้น

สิ่งจำเป็นคือ ทำให้ทีมเห็นความสำคัญของการคิดอย่างเป็นระบบ ไม่มองแต่เฉพาะส่วน เห็นความสำคัญของข้อมูลและการบันทึก โดยอาจจะใช้เคสตัวอย่างจากภาพยนตร์ / หนังสือ / วีดีโอ สร้างแรงบันดาลใจต่อทีมงาน”

_DSC0691

ความคิดและความเข้าใจใหม่หลายอย่างที่ผู้เข้าอบรมได้รับจากการอบรมจะกลายเป็นทักษะและความรู้ฝังลึกในตนได้ ก็ต้องอาศัยชั่วโมงในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และเมื่อได้ฝึกฝนไปเรื่อย ๆ แล้ว เราจะมองโลกด้วยความกระจ่างชัด เข้าใจและเห็น “จุดคานางัด” ที่จะพลิกสถานการณ์วิกฤต หรือจุดที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ปรารถนา … และนี่่จะนำไปสู่ภาวะผู้นำที่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง

 

Advertisements
This entry was posted in ผลึกความเข้าใจจาการอบรม, Uncategorized and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s